วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แบบฝึกหัดบทที่ 3

แบบฝึกหัดบทที่ 3
1 วัตถุประสงค์ของการวางแผนระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์ คืออะไร

ตอบ การวางแผนเชิงกลยุทธ์  ก็เพื่อนำมาใช้สำหรับสนับสนุนการดำเนินงานในเชิงรุกเพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขัน และทราบถึงระบบสารสนเทศที่เป็นเป้าหมายของการพัฒนาตามลำดับก่อน หลัง โดยมีการกำหนดแผนในระยะสั้นและระยะยาว

2 จงอธิบายแนวโน้มของการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต

ตอบ แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต เป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องการทำเพื่อคัดเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งจะนำมาใช้ร่วมกับระบบสารสนเทศที่กำลังได้รับการพัฒนาทั้งในปัจจุบันและในอนาคต จากแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยอาทิเช่น ชิปอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยเก็บ สภาพแวดล้อมเชิงอ็อบเจกต์ เครื่องคอมพิวเตอร์ซ่อมบำรุงด้วยตนเอง คอมพิวเตอร์แบบควอนตันนาโนเทคโนโลยี ซึ่งยังมีแนวโน้มของเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์แบบกระจายในหลากหลายรูปแบบ อาทิ อินเทอร์เน็ตและเว็บ อินทราเน็ต เอกซ์ทราเน็ต คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่และการพาณิชย์เคลื่อนที่ ศูนย์รวมวิสาหกิจ  ที่สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้ในอนาคต เป็นต้น

3 จงยกตัวอย่างการใช้แผนกลยุทธ์ด้านสารสนเทศของอีคอมเมิร์ซ

ตอบ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่นิยมนำมาใช้ในแผนกลยุทธ์ด้านสารสนเทศของอีคอมเมิร์ซนั้นมักใช้ในองค์การที่เล็งเห็นความสำคัญในส่วนของการจัดเก็บข้อมูล การประมวลผลและการเรียกใช้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ในอนาคตยังมีแนวโน้มที่จะนำเทคโนโลยีฐานข้อมูลเชิงวัตถุและฐานข้อมูลหลายมิติมาใช้งานทางธุรกิจร่วมกับเทคโนโลยีโกดังข้อมูล และเทคโนโลยีเหมืองข้อมูลเป็นต้น

4 หน่วยงานของรัฐบาลมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในลักษณะใด

ตอบ ระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในการบริหารงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยงานต่างๆ ในสำนักงานในรูปของสำนักงานอัตโนมัติ เช่น งานสารบรรณ งานจัดทำเอกสารและจัดส่งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail : E-Mail) งานแฟ้มเอกสาร งานบันทึกการนัดหมายผู้บริหาร ในรูปแบบ IT Office เป็นต้น

5 จงระบุถึง ผลประโยชน์ที่องค์การควรจะได้รับ อันสืบเนื่องมาจากการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจ

ตอบ ประโยชน์ที่องค์การจะได้รับ จากการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจคือ การติดต่อสื่อสารที่ดี และการสูญเสียทรัพยากรให้น้อยลง และก่อให้เกิดสภาพสำนักงานไร้กระดาษ และเพิ่มศักยภาพในการทำงานของแต่ละบุคคลได้ ทั้งยังเป็นการธำรงรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยี ที่ส่งผลต่อการเพิ่มผลผลิต และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์การในสายตาของผู้บริโภค

6 การจัดซื้อซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ขององค์การขนาดเล็กจะต้องพิจารณาสิ่งใดบ้าง

ตอบ 1 ระบบพร้อมสรรพ คือ ซอฟต์แวร์ที่จะได้รับการพัฒนาอย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์และผ่านการทดสอบโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว จึงพร้อมที่จะติดตั้งใช้งานได้ทันที

2 ระบบแกนหลักคือ ซอฟต์แวร์ประกอบด้วยโครงสร้างของระบบพื้นฐานโดยมีการวางโปรแกรมตรรกะของการประมวลผลใช้ล่วงหน้า และผู้ขายจะต้องทำการออกแบบในส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ ที่สนองตอบความต้องการของลูกค้า

7 ข้อได้เปรียบของการใช้บริการภายนอก เพื่อการพัฒนาระบบสารสนเทศขึ้นใช้ในองค์การคืออะไร

ตอบ ในการใช้บริการภายนอก (Outsourcing) เป็นรูปแบบของการจัดจ้างองค์การภายนอกให้ทำการพัฒนาซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ มักจัดอยู่ในรูปแบบของการสนับสนุนจากผู้ขาย ซึ่งก็คือ ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ที่ถูกสั่งทำขึ้น โดยผ่านการออกแบบ การทำให้เกิดผลและการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ที่สนองตอบความต้องการของลูกค้า  ทางเลือกของระบบนี้คือ งานบริการทางกฎหมาย ที่มีความต้องการของระบบที่ซับซ้อน และไม่จำเป็นต้องสงวนรักษาพนักงานซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ ในส่วนของการพัฒนาซอฟต์แวร์จะอยู่ภายใต้วัฏจักรการพัฒนาระบบ ซึ่งเป็นการใช้ทีมงานพัฒนาระบบจากภายนอกองค์การ

8 วิธีการพัฒนาระบบรูปแบบใดที่สอดคล้องกับวิธีการพัฒนาระบบจากบนลงล่าง

ตอบ วิธีการพัฒนาระบบทั้ง 5 วิธี ไม่ว่าจะเป็น วิธีการพัฒนาโดยใช้แบบจำลองน้ำตก วิธีการพัฒนาโดยใช้ต้นแบบ วิธีการพัฒนาระบบประยุกต์อย่างเร็ว วิธีการพัฒนาแบบยืดหยุ่น วิธีการพัฒนาระบบแบบร่วมมือ ล้วนแล้วแต่สอดคล้องกับวิธีจากบนลงล่างทั้งสิ้น

9 วิธีการพัฒนาระบบแบบใด ที่เน้นความร่วมมือของผู้ใช้การพัฒนาระบบมากที่สุด

ตอบ วิธีการพัฒนาระบบประยุกต์อย่างเร็ว

10 เพราะเหตุใดการใช้แบบจำลองน้ำตกจึงถือเป็นการพัฒนาระบบแบบดั้งเดิม

ตอบ เพราะวิธีการพัฒนาโดยใช้แบบจำลองน้ำตก เป็นวิธีการที่ใช้กันอย่างแพร่หลายโดยมีรูปแบบดังนี้คือ แบบอนุรักษ์ แบบตรวจทาน และรูปแบบเหลื่อม ซึ่งทั้งสามเป็น รูปแบบใช้ขั้นตอนของวัฏจักรการพัฒนาระบบมาประยุกต์ใช้กับแบบจำลองทั้ง สามรูปแบบ

11 เทคนิคแผนภาพกระแสข้อมูลมักใช้ในขั้นตอนใดของการพัฒนาระบบ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้และทีมงานพัฒนาระบบอย่างไร

ตอบ เทคนิคแผนภาพกระแสข้อมูล เป็นเครื่องมือ ที่นิยมนำมาใช้ในการวิเคราะห์ระบบเชิงโครงสร้างเพื่อแสดงทิศทางการส่งผ่านข้อมูลในระบบ ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลรับเข้าและข้อมูลส่งออกกับกระบวนการ ที่บ่งชี้ถึงขั้นตอนการทำงานของระบบ แต่ไม่สื่อให้เห็นถึงวิธีประมวลผลของระบบ  ซึ่งแผนภาพกระแสเป็นเอกสารที่มักถูกใช้เป็นเครื่องมือช่วยงานด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจถูกต้องตรงกัน อีกทั้งยังสามารถดำเนินการพัฒนาระบบจนได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ

12 จงเขียนแผนภาพกระแสงานของระบบนักเรียนนักศึกษา ในส่วนของ การลงทะเบียนเรียนการเข้าชั้นเรียน ตลอดจนการวัดและประเมินผลการเรียน
            ตอบ




วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สรุปบทที่ 2

         ระบบสารสนเทศ จำเป็นจะต้องเข้าใจส่วนประกอบต่างๆ ที่รวมตัวกันอย่างเหมาะสมภายใต้แบบจำลองของระบบสารสนเทศ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ในส่วนการรวบรวมข้อมูล ประมวลผลข้อมูล ที่ช่วยอำนวยความสะดวกตามหน้าที่งานทั้งด้านปฏิบัติการและด้านสนับสนุนการตัดสินใจ โดยถูกใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อจัดหาสารสนเทศที่ผู้จัดการสามารถใช้วางแผนและควบคุมกิจกรรมการทำงานด้านต่างๆของธุรกิจ โดยมีการจัดเก็บข้อมูลไว้ภายในฐานข้อมูล อีกทั้งมีการใช้แบบจำลองการตัดสินใจ เพื่อการนำเสนอสารสนเทศที่เป็นผลลัพท์ของการตัดสินใจ และการก่อกำเนิดสารสนเทศ โดยมุ่งเน้นการตอบสนองต่อองค์การ ในส่วนสนับสนุนการทำงานของกิจกรรมต่างๆ ภายใต้โซ่คุณค่าและระบบคุณค่ารวมทั้งบทบาทของระบบสารสนเทศด้านการสนับสนุนงานในองค์การ และเพิ่มมูลค่าให้องค์การ ระบบสารสนเทศที่นำมาสนับสนุนการทำงานในองค์การอาจเป็นได้ทั้งระบบเอกเทศ (Standalone Systems) และระบบบูรณาการ (Integrated Systems) ตลอดจนมีการเพิ่มส่วนประกอบด้านอัจฉริยะเพื่อบูรณาการด้านหน้าที่งานส่วนเพิ่ม รวมทั้งมีการใช้ประโยชน์จากระบบสารสนเทศที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย
          จากการจำแนกประเภทระบบสารสนเทศทั้ง 3 รูปแบบ คือ ระบบสารสนเทศตามหน้าที่งาน ระบบสารสนเทศวิสาหกิจ และระบบสารสนเทศระหว่างองค์การ ซึ่งในอนาคตทั้ง 3 ประเภท อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว และระบบประยุกต์ด้านอีคอมเมิร์ซส่วนใหญ่ มักจะถูกดำเนินการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอกซ์ทราเน็ต โดยใช้รูปแบบของสารสนเทศบนเว็บเป็นเครื่องมือประมวลผลของอีคอมเมิร์ซ ซึ่งดำเนินรายการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่สามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง
          ดังนั้น การจำแนกประเภทของระบบสารสนเทศ อาจจะจำแนก โดยใช้เกณฑ์ระดับขององค์การ ทั้งในส่วนหน้าที่งาน วิสาหกิจ และการบูรณาการระหว่างองค์การ อีกทั้งยังมีการพัฒนาระบบสารสนเทศบนเว็บที่มีต้นทุนต่ำและยังเพิ่มขีดความสามารถของระบบเดิมอีกด้วย โดยใช้ในส่วนการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศภายในองค์การและระหว่างองค์การ เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านการแพร่กระจายสารสนเทศไปทั่วโลก ซึ่งก็คือแนวโน้มของระบบสารสนเทศในอนาคตซึ่งมีจุดมุ่งเน้นด้านการบูรณาการระบบสารสนเทศโดยอาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีเว็บ เป็นต้น

แบบฝึกหัดบทที่ 2


1 จากส่วนประกอบทั้ง 7 ส่วนของระบบสารสนเทศ ส่วนใดที่ถือเป็นแหล่งจัดเก็บข้อมูลของระบบสารสนเทศ
ตอบ  การจัดการฐานข้อมูล ซึ่งการจัดการฐานข้อมูลคือ หน่วยเก็บข้อมูลทางกายภาพสำหรับข้อมูลที่อาจมีความเกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับกาลเงิน และในส่วนของข้อมูลที่จัดเก็บในฐานข้อมูล จะประกอบด้วยหน่วยเก็บข้อมูลที่เรียงลำดับจากหน่วยที่เล็กที่สุดไปหาหน่วยที่ใหญ่ที่สุดคือ ลักษณะประจำ (Attribute) ระเบียบ (Record) และแฟ้มข้อมูล (File) ในส่วนการจัดการฐานข้อมูล (Database Management จะเกี่ยวข้องกับงานพื้นฐาน 3 งาน คือ การจัดเก็บ (Storage) การค้นคืน (Retrieval และการลบ (Deletion) ข้อมูล
2 ในส่วนผลป้อนกลับของระบบสารสนเทศ ก่อให้เกิดประโยชน์ในอนาคตของการจัดการระบบสารสนเทศอย่างไร
ตอบ  เพื่อรายงานแสดงสถานะของสินค้าคงเหลือ จะถูกใช้เพื่อส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมสินค้าคงเหลือทราบยอดสินค้าที่ขาดหายไปหรือยอดคงเหลือของสินค้าที่ต่ำกว่าจุดสั่งซื้อ ผลป้อนกลับของสารสนเทศ
2.1 เพื่อปรับยอดสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นนั้นเอง
2.2 เป็นจุดเริ่มต้นของการสั่งซื้อสินค้า
3 หากท่านดำเนินธุรกิจ ร้านมินิมาร์ทแห่งหนึ่ง ท่านเลือกที่จะนำระบบสารสนเทศประเภทใดบ้างมาใช้ในธุรกิจ เพราะเหตุใด
ตอบ นำระบบสารสนเทศทั้ง 7 ประเภทมาใช้ เพราะ จะช่วยสนับสนุนหน้าที่งานด้านการจัดการ การสนับสนุนหน้าที่งานด้านการตัดสินใจ และการสนับสนุนหน้าที่งานด้านปฏิบัติการ ที่จะทำให้เกิดการทำงานอย่างเหมาะสม และสามารถบริหารจัดการได้ตรงตามความต้องการ ทั้งยังเป็นการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
4 ระบบสารสนเทศถูกวางไว้ที่ตำแหน่งใดภายใต้โซ่คุณค่าขององค์การ จงอธิบาย
ตอบ 1 การจัดการต้นทาง โดยใช้ระบบสารสนเทศด้านการจัดหาวัตถุดิบ การติดตามรอยวัตถุดิบขาเข้าและการควบคุมวัตถุดิบคงเหลือ
        2 การผลิต โดยใช้ระบบสารสนเทศด้านการควบคุมการผลิต
        3 การจัดการตามทางโดยมีการใช้ระบบสารสนเทศด้านหน่วยเก็บและค้นคืนสินค้าอัตโนมัติด้านวางแผนการกระจายสินค้า ด้านวางแผนการส่งเสริมการขายรวมทั้งด้านการติดตามรอยและการควบคุมงานบริการลูกค้า
5 จงระบุถึงผลประโยชน์ที่องค์การจะได้รับภายใต้การใช้ระบบสารสนเทศที่ดี
ตอบ 1 การลดต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิผล (Cost Reduction and Productivity) ที่สามารถช่วยพัฒนางานหรือปรับปรุงการทำงาน การลดจำนวนของเสียจากกระบวนการผลิตที่ส่งผลต่อการลดต้นทุนการผลิตและดำเนินงาน การเพิ่มมูลค่าของสินค้าหรือบริการและการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
        2 การสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน (Competitive advantage)
        3 การจัดการเชิงผลการปฏิบัติงาน (performance Based Managements)
6 จงอธิบายแนวโน้มของระบบสารสนเทศในอนาคต
ตอบ ซึ่งในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่า องค์การขนาดกลางและขนาดใหญ่จะใช้ระบบสารสนเทศบนเว็บโดยมีการใช้โปรแกรมค้นดูเว็บ ( web Browser) เพื่อการสื่อสารความร่วมมือ และการเข้าถึงสารสนเทศบนเว็บโดยมีการใช้โปรแกรมค้นดูเว็บ Web Browser เพื่อการสื่อสารความร่วมมือ และการเข้าถึงสารสนเทศจำนวนมาก รวมทั้งการดำเนินการและการประมวลผลด้วยวิธีการของระบบสารสนเทศบนเว็บ
7 ระบบสารสนเทศประเภทใด ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ในการเชื่อมโยงโซ่คุณค่าขององค์การเข้ากับโซ่คุณค่าขององค์การภายนอก
ตอบ โซ่อุปทาน (Supply Chain) โดยการใช้ระบบสารสนเทศเป็นเครื่องมือเชื่อมต่อโซ่คุณค่าขององค์การกับโซ่คุณค่าขององค์การภายนอก ซึ่งเป็นคู่ค้าเข้าด้วยกัน โดยมักอาศัยการดำเนินการงานด้านการจัดการโซ่อุปทาน SCM และการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ CRM เป็นต้น
8 จงอธิบายการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศระหว่างองค์การกับอีคอมเมิร์ซ
ตอบ อีคอมเมิร์ซ มักจะมีความเกี่ยวข้องกับธุรกรรมต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในรูปแบบของธุรกิจสู่ธุรกิจ (B2B) ธุรกิจสู่ผู้บริโภค (B2C) ผู้บริโภคสู่ผู้บริโภค (C2C) ธุรกิจสู่หน่วยสาธารณะ ตลอดจนผู้บริโภคสู่หน่วยสาธารณะ โดยภาพส่วนใหญ่ของอีคอมเมิร์ซซึ่งเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว คือ การประกอบธุรกรรมในรูปแบบธุรกิจสู่ธุรกิจ โดยมีการจัดซื้อวัสดุและชิ้นส่วนเข้าบริษัทนั่นเอง ซึ่งการเจริญเติบโตในครั้งนี้ มักถูกกระตุ้นด้วยจำนวนครั้งของการเข้าถึงข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้น การสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้ การสร้างระบบจ่ายชำระหนี้ที่ดี และการปรับปรุงความมั่นคงของข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์เพิ่มขึ้น
9 จงอธิบายการทำงานของคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่และลูกจ้างเคลื่อนที่
ตอบ คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ คือ ตัวอย่างระบบคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบสำหรับลูกจ้างเคลื่อนที่และอื่นๆ ซึ่งผู้ใช้ระบบมักเกิดความต้องการด้านการเชื่อมต่อเข้ากับระบบสารสนเทศขององค์การในทันที โดยใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ ตลอดจนสภาพแวดล้อมอื่นๆ ของคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่การพาณิชย์เคลื่อนที่ (Mobile Commerce) หรือ เอ็มคอมเมิร์ซ คือ การสร้างธุรกรรม ณ สถานที่ใดๆ และเวลาใดก็ได้ภายใต้ระบบสื่อสารไร้สาย โดยใช้ร่วมกับอุปกรณ์ไร้สาย อาทิเช่น การเชื่อมต่อเครื่องพีดีเอกับโทรศัพท์แบบรังผึ้ง โดยเอ็มคอมเมิร์ซ คือ วิวัฒนาการล่าสุดของอีคอมเมิร์ซ เป็นระบบที่เข้าถึงข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต โดยไม่จำเป็นต้องใช้สถานที่เสียบปลั๊กไฟ เพียงแต่ใช้อุปกรณ์ซึ่งมักเรียกกันว่า สมาร์ตโฟน (Smarts Phones)
10 จงยกตัวอย่างของระบบสารสนเทศบนเว็บ ที่มีการเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศอื่น มาสัก 2 ตัวอย่าง
 ตอบ ระบบสารสนเทศในโรงพยาบาล เป็นการนำระบบสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ มาประยุกต์ใช้ในกิจการต่างๆ ของโรงพยาบาล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถดำเนินการต่างๆ ได้อย่างถูกต้องตรงตามเป้าหมายหลักของโรงพยาบาล พร้อมทั้งสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในทุกขั้นตอน ก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างเกิดประโยชน์สูงสุดประกอบด้วยระบบสารสนเทศ 2 ชนิดระบบ
1. ระบบสารสนเทศทางคลินิก(Clinical information system)
เป็นระบบการจัดการฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ แพทย์และพยาบาลจะใช้ระบบนี้ในการเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยเพื่อใช้ในการวางแผนการนำไปใช้ และการประเมินการดูแลผู้ป่วย
ตัวอย่าง
·         ระบบสารสนเทศทางการแพทย์
              บันทึกข้อมูลทางการพยาบาล เช่น
1.             North American Nursing Diagnosis Association : NANDAสมาคมการวินิจฉัยทางการพยาบาลอเมริกาเหนือ
2.             Nursing Intervention Classification : NIC ใช้ตัดสินว่าจะให้การบาบัดทางการพยาบาลให้แก่ผู้ป่วยเพื่อแก้/บรรเทาปัญหาทางสุขภาพ
3.             Nursing Outcome Classification : NOC ระบบสารสนเทศทางการพยาบาลที่ช่วยประเมินว่าผู้ป่วยได้รับการพยาบาลที่มีคุณภาพครบถ้วนและเท่าเทียมกันทุกคน
4.             International Classification Nursing Practice : ICNP การใช้คามาตรฐานในการวินิจฉัยทางการพยาบาล
2  ระบบ TeleradiologyTeleDiag คือ Teleradiology ของคนไทย ที่พัฒนาขึ้นเพื่อคนไทย เป็นระบบ Telemedicine ที่สนับสนุนงานด้านรังสีวินิจฉัย การอ่านและวินิจฉัยผลในระยะไกล จากเครื่อง x-ray computer เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความสามารถในการให้บริการในด้านการ วินิจฉัยสุขภาพอย่างทั่วถึง ปลอดภัย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เป็นผลงานการพัฒนาของ บริษัท โปรดิจิส์ จำกัดและ
ระบบสารสนเทศที่หน่วยงานนำมาใช้ : งานในด้านสารสนเทศของบริษัททีโอทีบริษัทจะมีการนำสารสนเทศเข้ามาใช้หลายระบบซึ่งแต่ละระบบจะมีความสามารถเฉพาะตัว เช่น
- ระบบอินเทอร์เน็ต จะช่วยงานในการประชาสัมพันธ์ติดต่อกับลูกค้า
- ระบบเอ็กทราเน็ตจะนำมาใช้กับงานภายในองค์กรเพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้กับบุคลากรภายในองค์กร
- ระบบ CRM ช่วยในการเก็บฐานข้อมูลลูกค้า
- ระบบSAP นำมาช่วยงานในด้านการเงินและบัญชี




วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

กรณีศึกษา บทความเรื่อง Co-Opettition
                       บริษัท ดีเทคและเอไอเอส มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการสร้างตลาด co-marketing ร่วมกัน โดยใช้ความสัมพันธ์ในลักษณะกัลยาณมิตรที่ในอนาคตความเจริญก้าวหน้าของข้อมูลจะเพิ่มขีดความสามารถมากขึ้นในการติดต่อสื่อสาร ดัง นายกฤษณัน งามผาติพงษ์ รองกรรมการอำนวยการสายงานการตลาด บมจ.แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า โลกหลังสังคมฐานความรู้เป็นโลกที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบปฏิสัมพันธ์ของผู้คนจากต่างคนต่างปิดไปสู่ต่างคนต่างเปิด เป็นโลกที่ก้าวเลยความคิดการแข่งขันไปสู่การร่วมรังสรรค์พาณิชย์ เป็นโลกแห่งความอิสระอาศัยซึ่งกันและกันซึ่งกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ดังนั้น ทั้ง 2 กรณี จะเป็นภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องที่เน้นเรื่องส่วนร่วมมากกว่าเรื่องส่วนตัว ส่วน ดร.สุวิทย์ ชี้ว่าโลกหลังสังคมฐานความรู้เป็นโลกที่สะท้อนคุณค่าของความเป็นสังคมเสรีภาพ การติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายทำให้วัฒนธรรมหาแต่สังคม เกิดการปรับเปลี่ยนสู่วัฒนธรรมที่เป็นประชาธิปไตยและวัฒนธรรมที่ประชาชนมีส่วนร่วม ดังนั้น จึงแสดงให้เห็นว่าการทำธุรกิจที่เกิดจากสภาพแวดล้อมทางสังคมที่ถดถอยและพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจต่ำลง จึงจำเป็นที่บริษัทจะต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่กับการเยียวยา โดยอาศัยความคิดเพื่อให้เกิดปัญญา ดังคำกล่าวที่ว่า ทรัพย์สินทางปัญญาสู่ภูมิปัญญามหาชน
                นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมและ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คแซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีเทค) กล่าวว่า เอไอเอส กับ ดีเทค เป็นเพียงกลไกพื้นฐานของธุรกิจของธุรกิจในขณะนี้ ยังไม่ใช่ Co-Opettition เป็นเพียงการเชื่อมต่อ Voice และเปิดให้ใช้ SMS ข้ามเครือข่าย ถ้าไม่ทำอุสาหกรรมนี้ก็จะไม่พัฒนาหรือวันข้างหน้าก็ต้องเชื่อมต่อระบบกับผู้ให้บริการค่ายอื่นๆ ที่มีระบบ MMS

สมาชิกกลุ่ม
1. นางสาวรมฤดี เกษแก้ว      เลขที่ 3
2. นางสาววิภา พิมพ์ดี           เลขที่ 5
3. นางสาวอนุสรา สายธนู     เลขที่ 7
4. นางสาวอัจฉรา ชัยภา         เลขที่ 9

วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

สรุปบทที่ 1

สรุปบทที่ 1
                 สำหรับการดำเนินงานของธุรกิจในปัจจุบัน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้สารสนเทศเพื่อการปฏิบัติการ การจัดการ และการตัดสินใจส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น ธุรกิจจึงจำเป็นต้องจัดหาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อใช้เป็นเครื่องมือเฉพาะด้านของการทำหน้าที่ในธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติหน้าที่ของกระบวนการสารสนเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลสารสนเทศและความรู้ซึ่งมีคุณลักษณะที่ดีและก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจ โดยผ่านกระบวนการบันทึกจัดเก็บ ประมวลผลและออกรายงานต่างๆ ทั้งในลักษณะของรายงานเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการและรายงานเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ ซึ่งก็คือ บ่อเกิดของการใช้สารสนเทศทางธุรกิจภายใต้ยุคโลกาภิวัตน์ ที่นำความรู้ด้านธุรกิจ ความรู้ด้านสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ การใช้สารสนเทศในองค์การธุรกิจ ตลอดจนสารสนเทศทางธุรกิจยุคโลกาภิวัตน์
               ซึ่งธุรกิจส่วนใหญ่จะถูกก่อตั้งขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายของการแสวงหากำไรด้ยกันทั้งสิ้น การดำเนินธุรกิจจะประกอบด้วยหน้าที่งานต่างๆ ซึ่งปฏิบัติกิจกรรมการดำเนินงานที่หลากหลาย ภายใต้โครงสร้างองค์การของธุรกิจ นอกจากนี้ ธุรกิจยังมีความจำเป็นต้องรวบรวม จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลสารสนเทศและความรู้ เพื่อใช้สนับสนุนการตัดสินใจทั้งในระดับปฏิบัติการและระดับปฏิบัติการและระดับบริหาร โดยสารสนเทศที่ได้รับจะต้องมีคุณลักษณะที่ดี และสามารถใช้สำหรับแต่ละกระบวนการทางธุรกิจเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจ ภายใต้ข้อจำกัดของการใช้สารสนเทศ และการชี้นำองค์การให้ดำเนินไปสู่จุดหมายของธุรกิจ โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือ
                 ในการดำเนินธุรกิจภายใต้ยุคโลกาภิวัตน์ ธุรกิจส่วนใหญ่มักปรับโครงสร้างด้วยการใช้รูปแบบขององค์การดิจิทัล โดยมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายคอมพิวเตอร์มาใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานทางธุรกิจ ภายใต้กระบวนการทางธุรกิจหลักเพื่อความอยู่รอดและสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันทางธุรกิจ

วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555

พอเพียงกับเพียงพอแตกต่างกันอย่างไร
           " ความพอเพียง" หมายถึง ความพอประมาณอย่างมีเหตุผล โดยสร้างภูมิ คุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร เพื่อที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว กว้างขวาง ทั้ง ทางด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี โดย อาศัยความรอบรู้ รอบคอบ และความระมัดระวังในการนำวิชาการต่าง ๆ มาใช้ วางแผนและดำเนินการทุกขั้นตอน ควบคู่ไปกับการสร้างพื้นฐานทางจิตใจของคนใน ชาติทุกระดับ ให้สำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร ความมีสติปัญญา และความรอบคอบ มีเหตุผล

       "เพียงพอ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มาก เกินไป ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอ ประมาณ ความมีเหตุผล

       "สรุปคือ ความพอเพียงกับเพียงพอมีความหมายไม่แตกต่างกัน เพราะต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันในการใช้ชีวิตนั้นก็คือ ความพอดีของชีวิตที่ไม่มากไม่น้อยเกินไป หรือที่เรียกว่า "ทางสายกลาง" นั้นเอง