ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นเครื่องมือหนึ่งของการนำเสนอสารสนเทศเพื่อใช้ในงานด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ทั้งในเชิงกลยุทธ์ เชิงกลวิธี และเชิงปฏิบัติการ โดยมีการปรับกระบวนการทางธุรกิจ ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้ ทั้งในงานด้านการบริหารและการควบคุมด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานตามหน้าที่งานรับผิดชอบของลูกจ้างแต่ละบุคคลภายในองค์การได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะกล่าวถึง แนวคิดและความหมาย ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์มีจุดมุ่งหมายเพื่อการนำเสนอสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้กับผู้ใช้สารสนเทศ ซึ่งจำแนกประเภทของผู้ใช้สารสนเทศได้ 2 ประเภทคือ
1 ผู้ใช้ภายในธุรกิจ
2 ผู้ใช้ภายนอกของธุรกิจ
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ถือเป็นหน้าที่หนึ่งในกระบวนการจัดการ (Management Process ) ในส่วนของการจัดคนเข้าทำงาน (Staffing) ซึ่งนับเป็นภารกิจสำคัญของผู้บริหารที่จะต้องจัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้าทำงาน สารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ นับเป็นส่วนหนึ่งของสารสนเทศทางธุรกิจ ซึ่งนับเป็นผลลัพท์ของระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ธุรกิจส่วนใหญ่มีการใช้สารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรทั้งในรูปแบบของเอกสาร รายงานการปฏิบัติงานและรายงานเพื่อการบริหาร กระบวนการทางธุรกิจ ของระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งผู้เขียนได้ประมวลจากความคิดของตนเอง รวมทั้งศึกษาจากตำราและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงทำการแยกประเภทย่อยได้ 8 ระบบ เทคโนโลยีทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์
ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ จะถูกใช้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านต่างๆของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดยมุ่งเน้นถึงการดูแลทรัพย์สินขององค์การ ในส่วนของลูกจ้างที่ถือเป็นกำลังสำคัญของการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ โดยองค์การควรยึดถือปฏบัติตามหลัก 4 ข้อ และภารกิจ 4 ประการ ของการบริหารทรัพยากรมนุาย์ อีกทั้ง มีการจำแนกสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์เป็น 3 ประเภท คือ สารสนเทศเชิงปฏิบัติการ สารสนเทศเชิงกลวิธีและสารสนเทศเชิงกลยุทธ์นั่นเอง
ในส่วนกระบวนการทางธุรกิจของระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ จะประกอบด้วย 8 ระบบ คือ ระบบวางแผนอัตรากำลังคน ระบบวิเคราะห์งาน ระบบสรรหาและคัดเลือก ระบบบุคลากร ระบบจ่ายค่าจ้างและเงินเดือน ระบบประเมินผลการปฏิบัติงาน ระบบพัฒนาและฝึกอบรม ตลอดจนระบบสวัสดิการและผลประโยชน์ อีกทั้งองค์การมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกับกระบวนการธุรกิจดังกล่าวนั่นก็คือ โปรแกรมสำเร็จรูปด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ การใช้งานอินทราเน็ต รวมทั้งการจัดการทรัพยากรมนุษย์อิเล็กทรอนิกส์
วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
สรุปบทที่ 4
องค์กรการที่ดำเนินธุรกิจภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคโลกาภิวัตน์
จำเป็นต้องพัฒนาระบบสารสนเทศขึ้นใช้งาน ซึ่งงานสำคัญที่ขององค์กรที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของผู้จัดการระดับต่างๆ
ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงขององค์การ คืองานด้านการจัดการและการตัดสินใจ
โดยเป็นกลไกสำคัญที่จะนำพาองค์การให้ประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
ดังนั้นการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการและการตัดสินใจภายในองค์การก็คือ
การสร้างเครื่องมือในส่วนการนำเสนอสารสนเทศเพื่อการจัดการและการตัดสินใจแก่องค์การดิจิทัล
เพื่อช่วยสนับสนุนงานของผู้จัดการและผู้บริหารให้ทำการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆที่มักจะเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน
อีกทั้ง ช่วยในการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ
เพื่อความได้เปรียบเชิงการแข่งขันเหนือธุรกิจซึ่งในบทนี้จะกล่าวถึงแนวคิดและองค์ประกอบ
การจัดการ การตัดสินใจ สารสนเทศเพื่อการจัดการ กระบวนการทางธุรกิจของระบบสารสนเทศ
และเทคโนโลยีทางการจัดการและการตัดสินใจ
ธุรกิจยุคปัจจุบัน
จำเป็นต้องพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการและการตัดสินใจในทุกๆองค์ประกอบขึ้นใช้สำหรับผู้บริหารและผู้ตัดสินใจ
โดยวิวัฒนาการของระบบจะเริ่มต้นตั้งแต่ระบบประมวลผลธุรกรรม
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ระบบสนับสนุนเพื่อการตัดสินใจ
และระบบสนับสนุนผู้บริหาร อีกทั้งยังมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ภายใต้รูปแบบของระบบสนับสนุนการตัดสินใจกลุ่ม
ห้องตัดสินใจและระบบสารสนเทศพิเศษต่างๆ ทั้งในรูปแบบของปัญญาประดิษฐ์
ระบบผู้เชี่ยวชาญ และความเป็นจริงเสมือน
เพื่อช่วยขยายขีดความสามารถของการตัดสินใจให้ดียิ่งขึ้นไป
ในสารสนเทศเพื่อการจัดการและการตัดสินใจ มักถูกนำเสนอในรูปแบบรายงานที่จำแนกได้หลายรูปแบบ
คือ รายงานตามกำหนดการ รายงานตัวชี้วัดหลัก รายงานตามคำขอ รายงานตามยกเว้น
และรายงานเจาะลึกในรายละเอียด ผู้จัดการและผู้บริหารมักใช้รายงานเหล่านี้
สำหรับทุกๆกระบวนการทางธุรกิจ เช่น ระบบประมวลผลธุรกรรมมักมีการนำเสนอในรูปแบบรายงานตามกำหนดการ
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการมักมีการนำเสนอรายงานตามคำขอและรายงานตามข้อยกเว้น
อีกทั้ง ระบบสนับสนุนผู้บริหาร อาจมีการนำเสนอรายงานตัวชี้วัดหลัก
และรายงานเจาะลึกในรายละเอียด เป็นต้น
วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
แบบฝึกหัดบทที่ 4
1
จงอธิบายความสัมพันธ์ของระบบประมวลผลธุรกรรม
และระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ตอบ
ระบบประมวลผลธุรกรรมหรือ TPS ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับระบบงานทั่วไปของธุรกิจ
โดยมุ่งเน้นเป้าหมายด้านการลดต้นทุน และการสร้างวิธีการทำงานประจำอย่างอัตโนมัติ โดยมีการสร้างระบบธุรกิจซึ่งเน้นการใช้แรงงานเป็นหลัก
การดำเนินงานของธุรกิจมักเกิดรายการค้า หรือธุรกรรม ซึ่งก็คือ
รายการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจ เช่น การจ่ายค่าจ้างแรงงาน
การขายสินค้าให้ลูกค้าและการจ่ายชำระหนี้ค่าวัสดุเป็นต้น การประมวลผลธุรกรรมจึงถือเป็นระบบประยุกต์ขั้นพื้นฐานที่ถูกนำมาใช้ในองค์การ
โดยระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลรวมขององค์การ
รวมทั้งมีการสร้างรายงานมาตรฐานที่ได้จากการประมวลผลข้อมูลจากระบบประมวลผลธุรกรรมหรือ
เป็นงานที่ได้รับการส่งต่อจากงาน TPS คือ เป็นการใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผลเพื่อกลั่นกรองข้อมูลที่มีอยู่ในระบบให้สามารถใช้ประโยชน์ได้เพื่อเสนอต่อผู้บริหารในระดับต่อไปนอกจากนี้ผู้บริหารยังใช้สารสนเทศที่ได้จาก
TPS มาวิเคราะห์กาความผิดพลาดหรือหาความก้าวหน้าในการทำงาน
โดยอาจใช้ข้อมูลทางสถิติเปรียบเทียบผลที่ได้จากการปฏิบัติจริงกับค่าประมาณ
ที่วางแผนไว้ แล้วจึงส่งต่อไปยังผู้บริหารระดับสูง
เพื่อผู้บริหารระดับสูงจะได้นำสารสนเทศที่ได้ไปใช้ในการกำหนดนโยบาย
หรือวงแผนระบบงานต่อไป
2
จงยกตัวอย่าง องค์ประกอบด้านการพัฒนากลยุทธ์
ของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
ตอบ การพัฒนากลยุทธ์เป็นกระบวนการกำหนดกลยุทธ์ด้านระบบสารสนเทศที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจ
ตลอดจนสภาพแวดล้อมของธุรกิจซึ่งเป็นอยู่ในขณะนั้นตลอดจนการปรับปรุงแนวทางการวิเคราะห์ข้อมูลให้ทันสมัยตลอดเวลาดังตัวอย่างดังต่อไปนี้ หลายหน่วยงานได้ปรับโครงสร้างขององค์การจากโครงสร้างแบบลำดับขั้นเข้าสู่โครงสร้างระบบเครือข่าย
พัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ช่วยให้การตัดสินใจ
และการประสานงานระหว่างหน่วยงานมีประสิทธิภาพ
จึงไม่ต้องมีการตรวจสอบและควบคุมเป็นลำดับขั้น
นอกจากบุคลากรรุ่นใหม่ยังมีความรู้และทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสูงกว่าในอดีต จึงพร้อมที่จะรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของตนและกลุ่มมากขึ้น
องค์การขนาดใหญ่ปรับตัวเป็นกลุ่มองค์การขนาดย่อม
เพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน การประสานงาน การแข่งขัน และรองรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
มีการสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกันเป็นกลุ่ม
โดยที่ผู้จัดการหรือหัวหน้างานจะเปลี่ยนหน้าที่จากผู้สั่งการมาเป็นผู้ฝึกสอน
ผู้ประสานงาน และอำนวยความสะดวกในการทำงาน ระบบการเข้าทำงานแบบยืดหยุ่นจะถูกนำมาใช้
แรงงานบางส่วนจะสามารถทำงานอยู่ที่บ้าน ขณะที่หลายฝ่ายสามารถเลือกเวลาเข้าทำงานและเลือกงานที่เหมาะสมได้เอง นอกจากนี้กิจกรรมทางธุรกิจก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามการพลวัตรของสังคมที่ถูกผลักด้นด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ
เช่น กิจกรรมทางการเงินที่ต้องกระทำต่อเนื่องตลอดทั้งวันทั้งคืน
การผลิตและการตลาดต้องปรับตัว เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีหลากหลายขึ้น
ช่องทางการจัดจำหน่ายจะมีมากขึ้นกว่าในอดีต เป็นต้น
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ผู้บริหารในหน่วยงานต่าง ๆ จะต้องติดตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในหน่วยงานของตนต่อไป โดยมีข้อแนะนำในการเตรียมตัว
เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในหน่วยความงานของตนต่อไป
โดยมีข้อแนะนำในการเตรียมตัวเพื่อก้าวสู่ยุคสารสนเทศอย่างมั่นคง
3
หากท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านห้องแล็บของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
ท่านจะพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยีทางการจัดการประเภทใด เพราะเหตุใด
ตอบ ประเภทระบบผู้เชี่ยวชาญ
เพราะเป็นระบบคอมพิวเตอร์
ที่สามารถแนะนำและกระทำการดังเช่นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขานั้นๆ
ซึ่งประสบการณ์ที่สะสมเป็นเวลานานก็จะไม่สูญหายไป หากผู้เชี่ยวชาญนั้นเสียชีวิต
ลาออก หรือย้ายที่ทำงานใหม่
4
ระบบสารสนเทศประเภทใดที่จัดเป็นระบบสารสนเทศระดับสูง ซึ่งมีการนำข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการมาใช้เพื่องานประมวลผลสารสนเทศเชิงกลยุทธ์
ตอบ
ระบบสนับสนุนผู้บริหาร
5
จงจำแนกประเภทของระบบสารสนเทศทางธุรกิจของธุรกิจโทรคมนาคม
ตอบแบ่งเป็น 2 ประเภท
1.
แบบใช้สาย แบ่งเป็น แบบสายเกลียวคู่ (Twisted-pair wires) และ แบบสายเคเบิลร่วมแกน (Coaxial
cable) และแบบสายเคเบิลใยแก้ว (Fiber optic)
2.
แบบไร้สาย แบ่งเป็น การส่งข้อมูลโดยใช้คลื่นไมโครเวฟ และ
ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบพกพา และ ระบบคลื่นวิทยุ และระบบอินฟราเรด
6
เพราะเหตุใด ธุรกิจจึงต้องมีพัฒนาการด้านระบบสารสนเทศตามยุคสมัย
ตอบ เพราะจะช่วยให้ทำงานได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ถูกต้องขึ้น
และที่สำคัญช่วยให้สามารถตัดสินใจดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว
และสามารถเอาชนะคู่แข่งขันในการดำเนินงานทางธุรกิจที่จะต้องมีการแข่งขันอยู่ตลอดเวลาจึงเป็นสิ่งที่องค์กรธุรกิจนำเทคโนโลยีด้านระบบสารสนเทศมาใช้ในการตัดสินใจเพิ่มมากขึ้น
7
การใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการและการตัดสินใจ
มักจะมีความเกี่ยวข้องกับการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และการพาณิชย์เคลื่อนที่อย่างไร
จงอธิบาย
ตอบ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกลยุทธ์
เทคโนโลยีกระบวนการในการเชื่อมโยงกิจการกับภายนอกด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต
โดยไม่จำเป็นต้องใช้สถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องในการดำเนินการด้านข้อมูล
การสร้างธุรกรรมทางการค้า
ที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากเหตุการณ์หนึ่งไปสู่อีกเหตุการณ์หนึ่งได้ในอนาคต
8
จงอธิบายการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศระหว่างองค์การกับอีคอมเมิร์ซ
ตอบ
อีคอมเมิร์ซมีการเชื่อมต่อกับองค์การด้วยการประกอบธุรกรรมในรูปแบบธุรกิจสู่ธุรกิจ
ดำเนินการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีการใช้ทรัพย์สินส่วนกลางของเว็บ
เพื่อการเข้าถึงผู้คนนับล้านคน ณ สถานที่ใดหรือเวลาใดก็ได้ เป็นต้น
9
เทคโนโลยีความจริงเสมือน มักถูกนำมาประยุกต์ใช้กับงานด้านใดบ้าง
ตอบ ทหาร การแพทย์
การศึกษา การประเมิน การออกแบบ ปัจจัยมนุษย์ สถาปัตยกรรม
การศึกษาด้านเออร์โกโนมิกส์ การจำลองลำดับของการประกอบ และบำรุงรักษาผลิตภัณฑ์
10
เพราะเหตุใดกลุ่มผู้ตัดสินใจของระบบสนับสนุนการตัดสินใจกลุ่มจึงเกิดความเป็นอิสระและกล้าแสดงความคิดเห็น
โดยไม่หวั่นเกรงข้อโต้แย้งใดๆ
ตอบ เพราะ
การไม่ระบุชื่อผู้นำเข้าข้อมูล ซึ่งจะทำให้การประเมินผลงานที่ปราศจากการเกรงกลัวใดๆ
และยังช่วยให้ผู้นำเข้าข้อมูลเกิดความเชื่อมั่นในความเหมาะสมของผลการประเมิน
การลดพฤติกรรมกลุ่มด้านการคัดค้าน เป็นการป้องกันอำนาจที่ครอบงำสมาชิกในกลุ่ม
และการสื่อสารทางขนาน
ซึ่งจะช่วยลดเวลาการประชุมและให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจากการตัดสินใจของกลุ่มร่วมงาน
วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
แบบฝึกหัดที่ 2
1 GIGO มาจากคำเต็มว่าอะไร โดยนิยามดังกล่าวต้องการมุ่งเน้นสิ่งใดเป็นสำคัญ
ตอบ
กิโก <คำอ่าน>ย่อมาจาก garbage in , garbage out พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานแปลว่า เข้าผิด ออกผิด แต่ถ้าแปลตามตัวจะได้ว่า ขยะเข้า ขยะออก เป็นคำกล่าวที่ใช้เตือนสติผู้ใช้คอมพิวเตอร์ว่า ถ้าใส่ข้อมูลที่ไร้คุณค่าลงไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องก็มิอาจจะทำให้ข้อมูลนั้นมีค่าขึ้นมาได้เลย อีกนัยหนึ่ง เป็นการบอกให้นักคอมพิวเตอร์มือใหม่รู้ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์หาใช่สิ่งมหัศจรรย์ที่จะเนรมิตข้อมูลไม่ดี ให้เป็นสารสนเทศ (information) ดี ๆ ได้ ถ้าใส่ขยะ (ข้อมูลไม่ดี) เข้าไป ก็จะได้ขยะ (สารสนเทศที่ไม่ดี) ออกมา
2 การที่องค์กรหรือภาคธุรกิจทั่วไปในปัจจุบันนิยมนำระบบสารสนเทศมาใช้งานกันมากขึ้นและสามารถเป็นเจ้าของระบบสารสนเทศมากขึ้นสืบเนื่องมาจากสาเหตุใด ยกตัวอย่าง
ตอบ สารสนเทศมีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ที่เรียกว่า เศรษฐกิจบนฐานความรู้ (knowledge-based economy) หน่วยงานหรือผู้ประกอบการธุรกิจให้ความสำคัญกับ “การจัดการความรู้” (knowledge management) เพื่อรักษาองค์ความรู้ขององค์กรไว้ สารสนเทศด้านธุรกิจจึงถือเป็นต้นทุนการผลิตที่สำคัญในการแข่งขัน ทั้งนี้เพราะสารสนเทศช่วยประหยัดเวลาในการผลิต ลดขั้นตอนการลองผิดลองถูก อีกทั้งช่วยให้องค์กรได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้ตามความต้องการของตลาด นโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ได้ตระหนักถึงความสำคัญของสารสนเทศ จึงมุ่งปรับฐานเศรษฐกิจไปสู่การเป็นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพบนพื้นฐานความรู้ มีการสร้างความพร้อมและความรอบรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อนำมาประยุกต์ใช้และพัฒนานวัตกรรมของตนเองอย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตัวอย่างเช่น ธนาคาร ที่ได้นำระบบเอทีเอ็มมาใช้ในการดำเนินงาน ที่สามารถช่วยในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีบริการที่ทันสมัย สะดวกต่อการใช้งาน ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
3 อยากทราบว่าเหตุผล 3ประการที่ธุรกิจต่างนำระบบสารสนเทศมาใช้ในองค์กรมีอะไรบ้าง
ตอบ เหตุผลที่นำระบบสารสนเทศมาใช้คือ
1 นำไปใช้ในการสื่อสาร
2 นำไปใช้ในการประมวลผลรายงานและการจัดทำรายงาน
3นำไปใช้ในการตัดสินใจในการดำเนินงาน
4ให้ยกตัวอย่างที่บอกถึงกิจการ ที่ปรับปรุงกระบวนการธุรกิจใหม่เพื่อการนำสิ่งใดมาประยุกต์ใช้
ตอบ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อบริการลูกค้าในระบบธนาคารออนไลน์ ของธนาคารพาณิชย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่ได้นำการให้บริการฝากถอนต่างสาขานับเป็นก้าวแรกของการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในงานธนาคารที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่าการให้บริการฝากถอนต่างสาขาถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบธนาคารออนไลน์ กระบวนการปฏิบัติงานของระบบธนาคารออนไลน์อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Update Tele-Processing กล่าวคือสำนักงานสาขาทุกแห่งจะเชื่อมสายโทรศัพท์เข้ามาที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ มีผลให้สาขาไม่มีความจำเป็นต้องบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการบัญชี โดยเครื่องคอมพิวเตอร์จะทำหน้าที่แทนพนักงานในการตรวจสอบข้อมูล ประมวลผลข้อมูล ปรับปรุงข้อมูล และพิมพ์รายการลงบนสมุดคู่ฝากของลูกค้า
ตอบ
กิโก <คำอ่าน>ย่อมาจาก garbage in , garbage out พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานแปลว่า เข้าผิด ออกผิด แต่ถ้าแปลตามตัวจะได้ว่า ขยะเข้า ขยะออก เป็นคำกล่าวที่ใช้เตือนสติผู้ใช้คอมพิวเตอร์ว่า ถ้าใส่ข้อมูลที่ไร้คุณค่าลงไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องก็มิอาจจะทำให้ข้อมูลนั้นมีค่าขึ้นมาได้เลย อีกนัยหนึ่ง เป็นการบอกให้นักคอมพิวเตอร์มือใหม่รู้ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์หาใช่สิ่งมหัศจรรย์ที่จะเนรมิตข้อมูลไม่ดี ให้เป็นสารสนเทศ (information) ดี ๆ ได้ ถ้าใส่ขยะ (ข้อมูลไม่ดี) เข้าไป ก็จะได้ขยะ (สารสนเทศที่ไม่ดี) ออกมา
2 การที่องค์กรหรือภาคธุรกิจทั่วไปในปัจจุบันนิยมนำระบบสารสนเทศมาใช้งานกันมากขึ้นและสามารถเป็นเจ้าของระบบสารสนเทศมากขึ้นสืบเนื่องมาจากสาเหตุใด ยกตัวอย่าง
ตอบ สารสนเทศมีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ที่เรียกว่า เศรษฐกิจบนฐานความรู้ (knowledge-based economy) หน่วยงานหรือผู้ประกอบการธุรกิจให้ความสำคัญกับ “การจัดการความรู้” (knowledge management) เพื่อรักษาองค์ความรู้ขององค์กรไว้ สารสนเทศด้านธุรกิจจึงถือเป็นต้นทุนการผลิตที่สำคัญในการแข่งขัน ทั้งนี้เพราะสารสนเทศช่วยประหยัดเวลาในการผลิต ลดขั้นตอนการลองผิดลองถูก อีกทั้งช่วยให้องค์กรได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้ตามความต้องการของตลาด นโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ได้ตระหนักถึงความสำคัญของสารสนเทศ จึงมุ่งปรับฐานเศรษฐกิจไปสู่การเป็นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพบนพื้นฐานความรู้ มีการสร้างความพร้อมและความรอบรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อนำมาประยุกต์ใช้และพัฒนานวัตกรรมของตนเองอย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตัวอย่างเช่น ธนาคาร ที่ได้นำระบบเอทีเอ็มมาใช้ในการดำเนินงาน ที่สามารถช่วยในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีบริการที่ทันสมัย สะดวกต่อการใช้งาน ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
3 อยากทราบว่าเหตุผล 3ประการที่ธุรกิจต่างนำระบบสารสนเทศมาใช้ในองค์กรมีอะไรบ้าง
ตอบ เหตุผลที่นำระบบสารสนเทศมาใช้คือ
1 นำไปใช้ในการสื่อสาร
2 นำไปใช้ในการประมวลผลรายงานและการจัดทำรายงาน
3นำไปใช้ในการตัดสินใจในการดำเนินงาน
4ให้ยกตัวอย่างที่บอกถึงกิจการ ที่ปรับปรุงกระบวนการธุรกิจใหม่เพื่อการนำสิ่งใดมาประยุกต์ใช้
ตอบ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อบริการลูกค้าในระบบธนาคารออนไลน์ ของธนาคารพาณิชย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่ได้นำการให้บริการฝากถอนต่างสาขานับเป็นก้าวแรกของการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในงานธนาคารที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่าการให้บริการฝากถอนต่างสาขาถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบธนาคารออนไลน์ กระบวนการปฏิบัติงานของระบบธนาคารออนไลน์อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Update Tele-Processing กล่าวคือสำนักงานสาขาทุกแห่งจะเชื่อมสายโทรศัพท์เข้ามาที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ มีผลให้สาขาไม่มีความจำเป็นต้องบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการบัญชี โดยเครื่องคอมพิวเตอร์จะทำหน้าที่แทนพนักงานในการตรวจสอบข้อมูล ประมวลผลข้อมูล ปรับปรุงข้อมูล และพิมพ์รายการลงบนสมุดคู่ฝากของลูกค้า
สรุปบทที่ 3
สรุปบทที่ 3
การพัฒนาระบบสารสนเทศคือ
ทิศทางหนึ่งของการได้มาซึ่งระบบสารสนเทศเพื่อนำมาใช้ภายในองค์การ
การศึกษาเรื่องการพัฒนาระบบสารสนเทศเป็นส่วนสำคัญ ที่ช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจเทคนิคของการศึกษา วิเคราะห์ และออกแบบระบบสารสนเทศ
รวมทั้งวิธีการได้มาซึ่งระบบสารสนเทศ การทำระบบสารสนเทศให้เกิดผล
และการประเมินผลการใช้งานระบบสารสนเทศนั้น เพื่อนำข้อบกพร่องของระบบสารสนเทศ ที่ถูกนำมาใช้แล้วในระยะหนึ่ง
มาทำการปรับปรุงแก้ไขระบบให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ซึ่งในบทนี้จะกล่าวถึงหัวข้อ การวางแผนระบบสารสนเทศคือ แนวคิด กลยุทธ์ธุรกิจ
กระบวนการวางแผน และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
โดยแบ่งออกเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน
รวมทั้งแนวโน้มเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต การได้มาซึ่งระบบสารสนเทศ แบ่งได้ 3 แนวทางที่ธุรกิจสามารถจัดหาระบบสารสนเทศมาใช้ภายในองค์การดังนี้
1 แนวทางที่ 1 การจัดซื้อซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์
2 แนวทางที่ 2 การใช้บริการภายนอก
3 แนวทางที่ 3 การพัฒนาระบบขึ้นใช้งานภายในองค์การเอง
การพัฒนาระบบ
เทคนิคการใช้แผนภาพกระแสข้อมูล เทคนิคการใช้แผนภาพกระแสงาน
การจัดการทรัพยากรสารสนเทศ โครงสร้างของหน่วยงานสารสนเทศ และบุคคลสารสนเทศ เป็นต้น
การพัฒนาระบบสารสนเทศเป็นแนวทางหนึ่งของการได้มาซึ่งระบบสารสนเทศไว้ใช้งานภายในองค์การธุรกิจ
โดยเริ่มต้นจากการวางแผนระบบสารสนเทศ เพื่อกำหนดถึงแผนกลยุทธ์ด้านระบบสารสนเทศ
ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ จากนั้น
จึงทำการคัดเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมและนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาการดำเนินงานทางธุรกิจ
สร้างโอกาสทางธุรกิจ และธำรงรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจ จากนั้น
จึงทำการพัฒนาระบบขึ้นใช้งานภายในองค์การ
หรือจัดจ้างองค์การภายนอกให้พัฒนาระบบให้ตามที่ต้องการ
สำหรับการดำเนินการพัฒนาระบบจะอยู่ภายใต้วัฏจักรการพัฒนาระบบ
5 ขั้นตอน หรือวิศวกรรมสารสนเทศ 4 ขั้นตอน
ก็อาจเป็นได้แล้วแต่ความเหมาะสม โดยจะต้องคำนึงถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการออกแบบระบบประกอบด้วย
เพื่อให้ระบบสารสนเทศที่ได้รับการพัฒนาขึ้น ถูกนำไปใช้โดยบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
ในส่วนการพัฒนาระบบอาจใช้เทคนิคแผนภาพกระแสข้อมูลช่วยวิเคราะห์โครงสร้างระบบสารสนเทศ
รวมทั้งกระแสข้อมูลภายในระบบอีกด้วย
และสามารถใช้แผนภาพกระแสงานเพื่อสื่อกับผู้ใช้ระบบ
โดยมุ่งเน้นให้ระบบที่พัฒนาขึ้นตรงความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น อนึ่ง ในการทำระบบสารสนเทศให้เกิดผล
ควรอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของหน่วยงานสารสนเทศตลอดจนบุคลากรด้านสารสนเทศ
ที่ผ่านกระบวนการจัดการทรัพยากรสารสนเทศ
เพื่อให้การใช้ทรัพยากรขององค์การเป็นไปอย่างคุ้มค่าอีกด้วย
แบบฝึกหัดบทที่ 3
แบบฝึกหัดบทที่ 3
1 วัตถุประสงค์ของการวางแผนระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์
คืออะไร
ตอบ
การวางแผนเชิงกลยุทธ์
ก็เพื่อนำมาใช้สำหรับสนับสนุนการดำเนินงานในเชิงรุกเพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขัน
และทราบถึงระบบสารสนเทศที่เป็นเป้าหมายของการพัฒนาตามลำดับก่อน หลัง
โดยมีการกำหนดแผนในระยะสั้นและระยะยาว
2 จงอธิบายแนวโน้มของการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต
ตอบ
แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต
เป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องการทำเพื่อคัดเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศ
ซึ่งจะนำมาใช้ร่วมกับระบบสารสนเทศที่กำลังได้รับการพัฒนาทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
จากแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยอาทิเช่น ชิปอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยเก็บ
สภาพแวดล้อมเชิงอ็อบเจกต์ เครื่องคอมพิวเตอร์ซ่อมบำรุงด้วยตนเอง คอมพิวเตอร์แบบควอนตันนาโนเทคโนโลยี
ซึ่งยังมีแนวโน้มของเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์แบบกระจายในหลากหลายรูปแบบ อาทิ
อินเทอร์เน็ตและเว็บ อินทราเน็ต เอกซ์ทราเน็ต
คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่และการพาณิชย์เคลื่อนที่ ศูนย์รวมวิสาหกิจ ที่สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้ในอนาคต
เป็นต้น
3 จงยกตัวอย่างการใช้แผนกลยุทธ์ด้านสารสนเทศของอีคอมเมิร์ซ
ตอบ
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่นิยมนำมาใช้ในแผนกลยุทธ์ด้านสารสนเทศของอีคอมเมิร์ซนั้นมักใช้ในองค์การที่เล็งเห็นความสำคัญในส่วนของการจัดเก็บข้อมูล
การประมวลผลและการเรียกใช้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
ในอนาคตยังมีแนวโน้มที่จะนำเทคโนโลยีฐานข้อมูลเชิงวัตถุและฐานข้อมูลหลายมิติมาใช้งานทางธุรกิจร่วมกับเทคโนโลยีโกดังข้อมูล
และเทคโนโลยีเหมืองข้อมูลเป็นต้น
4 หน่วยงานของรัฐบาลมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในลักษณะใด
ตอบ
ระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในการบริหารงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยงานต่างๆ
ในสำนักงานในรูปของสำนักงานอัตโนมัติ เช่น งานสารบรรณ
งานจัดทำเอกสารและจัดส่งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail : E-Mail)
งานแฟ้มเอกสาร งานบันทึกการนัดหมายผู้บริหาร ในรูปแบบ IT Office
เป็นต้น
5 จงระบุถึง ผลประโยชน์ที่องค์การควรจะได้รับ
อันสืบเนื่องมาจากการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจ
ตอบ
ประโยชน์ที่องค์การจะได้รับ จากการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจคือ
การติดต่อสื่อสารที่ดี และการสูญเสียทรัพยากรให้น้อยลง
และก่อให้เกิดสภาพสำนักงานไร้กระดาษ และเพิ่มศักยภาพในการทำงานของแต่ละบุคคลได้
ทั้งยังเป็นการธำรงรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยี
ที่ส่งผลต่อการเพิ่มผลผลิต และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์การในสายตาของผู้บริโภค
6 การจัดซื้อซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ขององค์การขนาดเล็กจะต้องพิจารณาสิ่งใดบ้าง
ตอบ
1
ระบบพร้อมสรรพ คือ
ซอฟต์แวร์ที่จะได้รับการพัฒนาอย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์และผ่านการทดสอบโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว
จึงพร้อมที่จะติดตั้งใช้งานได้ทันที
2 ระบบแกนหลักคือ
ซอฟต์แวร์ประกอบด้วยโครงสร้างของระบบพื้นฐานโดยมีการวางโปรแกรมตรรกะของการประมวลผลใช้ล่วงหน้า
และผู้ขายจะต้องทำการออกแบบในส่วนต่อประสานกับผู้ใช้
ที่สนองตอบความต้องการของลูกค้า
7 ข้อได้เปรียบของการใช้บริการภายนอก
เพื่อการพัฒนาระบบสารสนเทศขึ้นใช้ในองค์การคืออะไร
ตอบ
ในการใช้บริการภายนอก (Outsourcing) เป็นรูปแบบของการจัดจ้างองค์การภายนอกให้ทำการพัฒนาซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์
มักจัดอยู่ในรูปแบบของการสนับสนุนจากผู้ขาย ซึ่งก็คือ
ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ที่ถูกสั่งทำขึ้น โดยผ่านการออกแบบ
การทำให้เกิดผลและการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ที่สนองตอบความต้องการของลูกค้า ทางเลือกของระบบนี้คือ งานบริการทางกฎหมาย ที่มีความต้องการของระบบที่ซับซ้อน
และไม่จำเป็นต้องสงวนรักษาพนักงานซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ
ในส่วนของการพัฒนาซอฟต์แวร์จะอยู่ภายใต้วัฏจักรการพัฒนาระบบ ซึ่งเป็นการใช้ทีมงานพัฒนาระบบจากภายนอกองค์การ
8 วิธีการพัฒนาระบบรูปแบบใดที่สอดคล้องกับวิธีการพัฒนาระบบจากบนลงล่าง
ตอบ
วิธีการพัฒนาระบบทั้ง 5 วิธี ไม่ว่าจะเป็น
วิธีการพัฒนาโดยใช้แบบจำลองน้ำตก วิธีการพัฒนาโดยใช้ต้นแบบ วิธีการพัฒนาระบบประยุกต์อย่างเร็ว
วิธีการพัฒนาแบบยืดหยุ่น วิธีการพัฒนาระบบแบบร่วมมือ ล้วนแล้วแต่สอดคล้องกับวิธีจากบนลงล่างทั้งสิ้น
9 วิธีการพัฒนาระบบแบบใด
ที่เน้นความร่วมมือของผู้ใช้การพัฒนาระบบมากที่สุด
ตอบ
วิธีการพัฒนาระบบประยุกต์อย่างเร็ว
10 เพราะเหตุใดการใช้แบบจำลองน้ำตกจึงถือเป็นการพัฒนาระบบแบบดั้งเดิม
ตอบ
เพราะวิธีการพัฒนาโดยใช้แบบจำลองน้ำตก
เป็นวิธีการที่ใช้กันอย่างแพร่หลายโดยมีรูปแบบดังนี้คือ แบบอนุรักษ์ แบบตรวจทาน
และรูปแบบเหลื่อม ซึ่งทั้งสามเป็น
รูปแบบใช้ขั้นตอนของวัฏจักรการพัฒนาระบบมาประยุกต์ใช้กับแบบจำลองทั้ง สามรูปแบบ
11 เทคนิคแผนภาพกระแสข้อมูลมักใช้ในขั้นตอนใดของการพัฒนาระบบ
และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้และทีมงานพัฒนาระบบอย่างไร
ตอบ
เทคนิคแผนภาพกระแสข้อมูล เป็นเครื่องมือ
ที่นิยมนำมาใช้ในการวิเคราะห์ระบบเชิงโครงสร้างเพื่อแสดงทิศทางการส่งผ่านข้อมูลในระบบ
ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลรับเข้าและข้อมูลส่งออกกับกระบวนการ
ที่บ่งชี้ถึงขั้นตอนการทำงานของระบบ แต่ไม่สื่อให้เห็นถึงวิธีประมวลผลของระบบ ซึ่งแผนภาพกระแสเป็นเอกสารที่มักถูกใช้เป็นเครื่องมือช่วยงานด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ
เพื่อให้เกิดความเข้าใจถูกต้องตรงกัน อีกทั้งยังสามารถดำเนินการพัฒนาระบบจนได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ
12 จงเขียนแผนภาพกระแสงานของระบบนักเรียนนักศึกษา
ในส่วนของ การลงทะเบียนเรียนการเข้าชั้นเรียน ตลอดจนการวัดและประเมินผลการเรียน
ตอบ
วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
สรุปบทที่ 2
ระบบสารสนเทศ จำเป็นจะต้องเข้าใจส่วนประกอบต่างๆ ที่รวมตัวกันอย่างเหมาะสมภายใต้แบบจำลองของระบบสารสนเทศ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ในส่วนการรวบรวมข้อมูล ประมวลผลข้อมูล ที่ช่วยอำนวยความสะดวกตามหน้าที่งานทั้งด้านปฏิบัติการและด้านสนับสนุนการตัดสินใจ โดยถูกใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อจัดหาสารสนเทศที่ผู้จัดการสามารถใช้วางแผนและควบคุมกิจกรรมการทำงานด้านต่างๆของธุรกิจ โดยมีการจัดเก็บข้อมูลไว้ภายในฐานข้อมูล อีกทั้งมีการใช้แบบจำลองการตัดสินใจ เพื่อการนำเสนอสารสนเทศที่เป็นผลลัพท์ของการตัดสินใจ และการก่อกำเนิดสารสนเทศ โดยมุ่งเน้นการตอบสนองต่อองค์การ ในส่วนสนับสนุนการทำงานของกิจกรรมต่างๆ ภายใต้โซ่คุณค่าและระบบคุณค่ารวมทั้งบทบาทของระบบสารสนเทศด้านการสนับสนุนงานในองค์การ และเพิ่มมูลค่าให้องค์การ ระบบสารสนเทศที่นำมาสนับสนุนการทำงานในองค์การอาจเป็นได้ทั้งระบบเอกเทศ (Standalone Systems) และระบบบูรณาการ (Integrated Systems) ตลอดจนมีการเพิ่มส่วนประกอบด้านอัจฉริยะเพื่อบูรณาการด้านหน้าที่งานส่วนเพิ่ม รวมทั้งมีการใช้ประโยชน์จากระบบสารสนเทศที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย
จากการจำแนกประเภทระบบสารสนเทศทั้ง 3 รูปแบบ คือ ระบบสารสนเทศตามหน้าที่งาน ระบบสารสนเทศวิสาหกิจ และระบบสารสนเทศระหว่างองค์การ ซึ่งในอนาคตทั้ง 3 ประเภท อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว และระบบประยุกต์ด้านอีคอมเมิร์ซส่วนใหญ่ มักจะถูกดำเนินการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอกซ์ทราเน็ต โดยใช้รูปแบบของสารสนเทศบนเว็บเป็นเครื่องมือประมวลผลของอีคอมเมิร์ซ ซึ่งดำเนินรายการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่สามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ดังนั้น การจำแนกประเภทของระบบสารสนเทศ อาจจะจำแนก โดยใช้เกณฑ์ระดับขององค์การ ทั้งในส่วนหน้าที่งาน วิสาหกิจ และการบูรณาการระหว่างองค์การ อีกทั้งยังมีการพัฒนาระบบสารสนเทศบนเว็บที่มีต้นทุนต่ำและยังเพิ่มขีดความสามารถของระบบเดิมอีกด้วย โดยใช้ในส่วนการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศภายในองค์การและระหว่างองค์การ เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านการแพร่กระจายสารสนเทศไปทั่วโลก ซึ่งก็คือแนวโน้มของระบบสารสนเทศในอนาคตซึ่งมีจุดมุ่งเน้นด้านการบูรณาการระบบสารสนเทศโดยอาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีเว็บ เป็นต้น
จากการจำแนกประเภทระบบสารสนเทศทั้ง 3 รูปแบบ คือ ระบบสารสนเทศตามหน้าที่งาน ระบบสารสนเทศวิสาหกิจ และระบบสารสนเทศระหว่างองค์การ ซึ่งในอนาคตทั้ง 3 ประเภท อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว และระบบประยุกต์ด้านอีคอมเมิร์ซส่วนใหญ่ มักจะถูกดำเนินการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอกซ์ทราเน็ต โดยใช้รูปแบบของสารสนเทศบนเว็บเป็นเครื่องมือประมวลผลของอีคอมเมิร์ซ ซึ่งดำเนินรายการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่สามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ดังนั้น การจำแนกประเภทของระบบสารสนเทศ อาจจะจำแนก โดยใช้เกณฑ์ระดับขององค์การ ทั้งในส่วนหน้าที่งาน วิสาหกิจ และการบูรณาการระหว่างองค์การ อีกทั้งยังมีการพัฒนาระบบสารสนเทศบนเว็บที่มีต้นทุนต่ำและยังเพิ่มขีดความสามารถของระบบเดิมอีกด้วย โดยใช้ในส่วนการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศภายในองค์การและระหว่างองค์การ เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านการแพร่กระจายสารสนเทศไปทั่วโลก ซึ่งก็คือแนวโน้มของระบบสารสนเทศในอนาคตซึ่งมีจุดมุ่งเน้นด้านการบูรณาการระบบสารสนเทศโดยอาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีเว็บ เป็นต้น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
