วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สรุปบทที่ 5

       ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เป็นเครื่องมือหนึ่งของการนำเสนอสารสนเทศเพื่อใช้ในงานด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ทั้งในเชิงกลยุทธ์ เชิงกลวิธี และเชิงปฏิบัติการ โดยมีการปรับกระบวนการทางธุรกิจ ให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่นำมาใช้ ทั้งในงานด้านการบริหารและการควบคุมด้านต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานตามหน้าที่งานรับผิดชอบของลูกจ้างแต่ละบุคคลภายในองค์การได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะกล่าวถึง แนวคิดและความหมาย ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์มีจุดมุ่งหมายเพื่อการนำเสนอสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้กับผู้ใช้สารสนเทศ ซึ่งจำแนกประเภทของผู้ใช้สารสนเทศได้ 2 ประเภทคือ
      1 ผู้ใช้ภายในธุรกิจ
      2 ผู้ใช้ภายนอกของธุรกิจ
       การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ถือเป็นหน้าที่หนึ่งในกระบวนการจัดการ (Management Process ) ในส่วนของการจัดคนเข้าทำงาน (Staffing) ซึ่งนับเป็นภารกิจสำคัญของผู้บริหารที่จะต้องจัดสรรบุคคลที่มีคุณภาพเข้าทำงาน สารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ นับเป็นส่วนหนึ่งของสารสนเทศทางธุรกิจ ซึ่งนับเป็นผลลัพท์ของระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ธุรกิจส่วนใหญ่มีการใช้สารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรทั้งในรูปแบบของเอกสาร รายงานการปฏิบัติงานและรายงานเพื่อการบริหาร กระบวนการทางธุรกิจ ของระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งผู้เขียนได้ประมวลจากความคิดของตนเอง รวมทั้งศึกษาจากตำราและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงทำการแยกประเภทย่อยได้ 8 ระบบ เทคโนโลยีทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์
ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ จะถูกใช้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมด้านต่างๆของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดยมุ่งเน้นถึงการดูแลทรัพย์สินขององค์การ ในส่วนของลูกจ้างที่ถือเป็นกำลังสำคัญของการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จ โดยองค์การควรยึดถือปฏบัติตามหลัก 4 ข้อ และภารกิจ 4 ประการ ของการบริหารทรัพยากรมนุาย์ อีกทั้ง มีการจำแนกสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์เป็น 3 ประเภท คือ สารสนเทศเชิงปฏิบัติการ สารสนเทศเชิงกลวิธีและสารสนเทศเชิงกลยุทธ์นั่นเอง
       ในส่วนกระบวนการทางธุรกิจของระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์ จะประกอบด้วย 8 ระบบ คือ ระบบวางแผนอัตรากำลังคน ระบบวิเคราะห์งาน ระบบสรรหาและคัดเลือก ระบบบุคลากร ระบบจ่ายค่าจ้างและเงินเดือน ระบบประเมินผลการปฏิบัติงาน ระบบพัฒนาและฝึกอบรม ตลอดจนระบบสวัสดิการและผลประโยชน์ อีกทั้งองค์การมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกับกระบวนการธุรกิจดังกล่าวนั่นก็คือ โปรแกรมสำเร็จรูปด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ การใช้งานอินทราเน็ต รวมทั้งการจัดการทรัพยากรมนุษย์อิเล็กทรอนิกส์

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สรุปบทที่ 4


องค์กรการที่ดำเนินธุรกิจภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคโลกาภิวัตน์ จำเป็นต้องพัฒนาระบบสารสนเทศขึ้นใช้งาน ซึ่งงานสำคัญที่ขององค์กรที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของผู้จัดการระดับต่างๆ ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงขององค์การ คืองานด้านการจัดการและการตัดสินใจ โดยเป็นกลไกสำคัญที่จะนำพาองค์การให้ประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ดังนั้นการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการและการตัดสินใจภายในองค์การก็คือ การสร้างเครื่องมือในส่วนการนำเสนอสารสนเทศเพื่อการจัดการและการตัดสินใจแก่องค์การดิจิทัล เพื่อช่วยสนับสนุนงานของผู้จัดการและผู้บริหารให้ทำการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆที่มักจะเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน อีกทั้ง ช่วยในการแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ เพื่อความได้เปรียบเชิงการแข่งขันเหนือธุรกิจซึ่งในบทนี้จะกล่าวถึงแนวคิดและองค์ประกอบ การจัดการ การตัดสินใจ สารสนเทศเพื่อการจัดการ กระบวนการทางธุรกิจของระบบสารสนเทศ และเทคโนโลยีทางการจัดการและการตัดสินใจ 
ธุรกิจยุคปัจจุบัน จำเป็นต้องพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการและการตัดสินใจในทุกๆองค์ประกอบขึ้นใช้สำหรับผู้บริหารและผู้ตัดสินใจ โดยวิวัฒนาการของระบบจะเริ่มต้นตั้งแต่ระบบประมวลผลธุรกรรม ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ระบบสนับสนุนเพื่อการตัดสินใจ และระบบสนับสนุนผู้บริหาร อีกทั้งยังมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ภายใต้รูปแบบของระบบสนับสนุนการตัดสินใจกลุ่ม ห้องตัดสินใจและระบบสารสนเทศพิเศษต่างๆ ทั้งในรูปแบบของปัญญาประดิษฐ์ ระบบผู้เชี่ยวชาญ และความเป็นจริงเสมือน เพื่อช่วยขยายขีดความสามารถของการตัดสินใจให้ดียิ่งขึ้นไป ในสารสนเทศเพื่อการจัดการและการตัดสินใจ มักถูกนำเสนอในรูปแบบรายงานที่จำแนกได้หลายรูปแบบ คือ รายงานตามกำหนดการ รายงานตัวชี้วัดหลัก รายงานตามคำขอ รายงานตามยกเว้น และรายงานเจาะลึกในรายละเอียด ผู้จัดการและผู้บริหารมักใช้รายงานเหล่านี้ สำหรับทุกๆกระบวนการทางธุรกิจ เช่น ระบบประมวลผลธุรกรรมมักมีการนำเสนอในรูปแบบรายงานตามกำหนดการ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการมักมีการนำเสนอรายงานตามคำขอและรายงานตามข้อยกเว้น อีกทั้ง ระบบสนับสนุนผู้บริหาร อาจมีการนำเสนอรายงานตัวชี้วัดหลัก และรายงานเจาะลึกในรายละเอียด เป็นต้น

วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แบบฝึกหัดบทที่ 4


1 จงอธิบายความสัมพันธ์ของระบบประมวลผลธุรกรรม และระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ

ตอบ ระบบประมวลผลธุรกรรมหรือ TPS ถูกนำมาประยุกต์ใช้กับระบบงานทั่วไปของธุรกิจ โดยมุ่งเน้นเป้าหมายด้านการลดต้นทุน และการสร้างวิธีการทำงานประจำอย่างอัตโนมัติ โดยมีการสร้างระบบธุรกิจซึ่งเน้นการใช้แรงงานเป็นหลัก การดำเนินงานของธุรกิจมักเกิดรายการค้า หรือธุรกรรม ซึ่งก็คือ รายการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจ เช่น การจ่ายค่าจ้างแรงงาน การขายสินค้าให้ลูกค้าและการจ่ายชำระหนี้ค่าวัสดุเป็นต้น การประมวลผลธุรกรรมจึงถือเป็นระบบประยุกต์ขั้นพื้นฐานที่ถูกนำมาใช้ในองค์การ โดยระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลรวมขององค์การ รวมทั้งมีการสร้างรายงานมาตรฐานที่ได้จากการประมวลผลข้อมูลจากระบบประมวลผลธุรกรรมหรือ เป็นงานที่ได้รับการส่งต่อจากงาน TPS คือ เป็นการใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผลเพื่อกลั่นกรองข้อมูลที่มีอยู่ในระบบให้สามารถใช้ประโยชน์ได้เพื่อเสนอต่อผู้บริหารในระดับต่อไปนอกจากนี้ผู้บริหารยังใช้สารสนเทศที่ได้จาก TPS มาวิเคราะห์กาความผิดพลาดหรือหาความก้าวหน้าในการทำงาน โดยอาจใช้ข้อมูลทางสถิติเปรียบเทียบผลที่ได้จากการปฏิบัติจริงกับค่าประมาณ ที่วางแผนไว้ แล้วจึงส่งต่อไปยังผู้บริหารระดับสูง เพื่อผู้บริหารระดับสูงจะได้นำสารสนเทศที่ได้ไปใช้ในการกำหนดนโยบาย หรือวงแผนระบบงานต่อไป

2 จงยกตัวอย่าง องค์ประกอบด้านการพัฒนากลยุทธ์ ของระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ

ตอบ การพัฒนากลยุทธ์เป็นกระบวนการกำหนดกลยุทธ์ด้านระบบสารสนเทศที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจ ตลอดจนสภาพแวดล้อมของธุรกิจซึ่งเป็นอยู่ในขณะนั้นตลอดจนการปรับปรุงแนวทางการวิเคราะห์ข้อมูลให้ทันสมัยตลอดเวลาดังตัวอย่างดังต่อไปนี้ หลายหน่วยงานได้ปรับโครงสร้างขององค์การจากโครงสร้างแบบลำดับขั้นเข้าสู่โครงสร้างระบบเครือข่าย พัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ช่วยให้การตัดสินใจ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานมีประสิทธิภาพ จึงไม่ต้องมีการตรวจสอบและควบคุมเป็นลำดับขั้น นอกจากบุคลากรรุ่นใหม่ยังมีความรู้และทักษะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสูงกว่าในอดีต จึงพร้อมที่จะรับผิดชอบในการปฏิบัติงานของตนและกลุ่มมากขึ้น  องค์การขนาดใหญ่ปรับตัวเป็นกลุ่มองค์การขนาดย่อม เพื่อความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน การประสานงาน การแข่งขัน และรองรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น มีการสนับสนุนการปฏิบัติงานร่วมกันเป็นกลุ่ม โดยที่ผู้จัดการหรือหัวหน้างานจะเปลี่ยนหน้าที่จากผู้สั่งการมาเป็นผู้ฝึกสอน ผู้ประสานงาน และอำนวยความสะดวกในการทำงาน ระบบการเข้าทำงานแบบยืดหยุ่นจะถูกนำมาใช้ แรงงานบางส่วนจะสามารถทำงานอยู่ที่บ้าน ขณะที่หลายฝ่ายสามารถเลือกเวลาเข้าทำงานและเลือกงานที่เหมาะสมได้เอง นอกจากนี้กิจกรรมทางธุรกิจก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตามการพลวัตรของสังคมที่ถูกผลักด้นด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น กิจกรรมทางการเงินที่ต้องกระทำต่อเนื่องตลอดทั้งวันทั้งคืน การผลิตและการตลาดต้องปรับตัว เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีหลากหลายขึ้น ช่องทางการจัดจำหน่ายจะมีมากขึ้นกว่าในอดีต เป็นต้น ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ผู้บริหารในหน่วยงานต่าง ๆ จะต้องติดตามความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในหน่วยงานของตนต่อไป โดยมีข้อแนะนำในการเตรียมตัว  เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในหน่วยความงานของตนต่อไป โดยมีข้อแนะนำในการเตรียมตัวเพื่อก้าวสู่ยุคสารสนเทศอย่างมั่นคง

3 หากท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านห้องแล็บของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ท่านจะพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยีทางการจัดการประเภทใด เพราะเหตุใด

ตอบ ประเภทระบบผู้เชี่ยวชาญ เพราะเป็นระบบคอมพิวเตอร์ ที่สามารถแนะนำและกระทำการดังเช่นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขานั้นๆ ซึ่งประสบการณ์ที่สะสมเป็นเวลานานก็จะไม่สูญหายไป หากผู้เชี่ยวชาญนั้นเสียชีวิต ลาออก หรือย้ายที่ทำงานใหม่

4 ระบบสารสนเทศประเภทใดที่จัดเป็นระบบสารสนเทศระดับสูง ซึ่งมีการนำข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการมาใช้เพื่องานประมวลผลสารสนเทศเชิงกลยุทธ์

ตอบ ระบบสนับสนุนผู้บริหาร

5 จงจำแนกประเภทของระบบสารสนเทศทางธุรกิจของธุรกิจโทรคมนาคม

ตอบแบ่งเป็น 2 ประเภท

1.             แบบใช้สาย แบ่งเป็น แบบสายเกลียวคู่ (Twisted-pair wires) และ แบบสายเคเบิลร่วมแกน (Coaxial cable) และแบบสายเคเบิลใยแก้ว (Fiber optic)

2.             แบบไร้สาย แบ่งเป็น การส่งข้อมูลโดยใช้คลื่นไมโครเวฟ และ ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบพกพา และ ระบบคลื่นวิทยุ และระบบอินฟราเรด

6 เพราะเหตุใด ธุรกิจจึงต้องมีพัฒนาการด้านระบบสารสนเทศตามยุคสมัย

ตอบ เพราะจะช่วยให้ทำงานได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ถูกต้องขึ้น และที่สำคัญช่วยให้สามารถตัดสินใจดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว และสามารถเอาชนะคู่แข่งขันในการดำเนินงานทางธุรกิจที่จะต้องมีการแข่งขันอยู่ตลอดเวลาจึงเป็นสิ่งที่องค์กรธุรกิจนำเทคโนโลยีด้านระบบสารสนเทศมาใช้ในการตัดสินใจเพิ่มมากขึ้น

7 การใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการและการตัดสินใจ มักจะมีความเกี่ยวข้องกับการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และการพาณิชย์เคลื่อนที่อย่างไร จงอธิบาย

ตอบ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกลยุทธ์ เทคโนโลยีกระบวนการในการเชื่อมโยงกิจการกับภายนอกด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต โดยไม่จำเป็นต้องใช้สถานที่ซึ่งเกี่ยวข้องในการดำเนินการด้านข้อมูล การสร้างธุรกรรมทางการค้า ที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากเหตุการณ์หนึ่งไปสู่อีกเหตุการณ์หนึ่งได้ในอนาคต

8 จงอธิบายการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศระหว่างองค์การกับอีคอมเมิร์ซ

ตอบ อีคอมเมิร์ซมีการเชื่อมต่อกับองค์การด้วยการประกอบธุรกรรมในรูปแบบธุรกิจสู่ธุรกิจ ดำเนินการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีการใช้ทรัพย์สินส่วนกลางของเว็บ เพื่อการเข้าถึงผู้คนนับล้านคน ณ สถานที่ใดหรือเวลาใดก็ได้ เป็นต้น

9 เทคโนโลยีความจริงเสมือน มักถูกนำมาประยุกต์ใช้กับงานด้านใดบ้าง

ตอบ ทหาร การแพทย์ การศึกษา การประเมิน การออกแบบ ปัจจัยมนุษย์ สถาปัตยกรรม การศึกษาด้านเออร์โกโนมิกส์ การจำลองลำดับของการประกอบ และบำรุงรักษาผลิตภัณฑ์

10 เพราะเหตุใดกลุ่มผู้ตัดสินใจของระบบสนับสนุนการตัดสินใจกลุ่มจึงเกิดความเป็นอิสระและกล้าแสดงความคิดเห็น โดยไม่หวั่นเกรงข้อโต้แย้งใดๆ

ตอบ เพราะ การไม่ระบุชื่อผู้นำเข้าข้อมูล ซึ่งจะทำให้การประเมินผลงานที่ปราศจากการเกรงกลัวใดๆ และยังช่วยให้ผู้นำเข้าข้อมูลเกิดความเชื่อมั่นในความเหมาะสมของผลการประเมิน การลดพฤติกรรมกลุ่มด้านการคัดค้าน เป็นการป้องกันอำนาจที่ครอบงำสมาชิกในกลุ่ม และการสื่อสารทางขนาน ซึ่งจะช่วยลดเวลาการประชุมและให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นจากการตัดสินใจของกลุ่มร่วมงาน


วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แบบฝึกหัดที่ 2

1 GIGO มาจากคำเต็มว่าอะไร โดยนิยามดังกล่าวต้องการมุ่งเน้นสิ่งใดเป็นสำคัญ
            ตอบ
กิโก <คำอ่าน>ย่อมาจาก garbage in , garbage out พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานแปลว่า เข้าผิด ออกผิด แต่ถ้าแปลตามตัวจะได้ว่า ขยะเข้า ขยะออก เป็นคำกล่าวที่ใช้เตือนสติผู้ใช้คอมพิวเตอร์ว่า ถ้าใส่ข้อมูลที่ไร้คุณค่าลงไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องก็มิอาจจะทำให้ข้อมูลนั้นมีค่าขึ้นมาได้เลย อีกนัยหนึ่ง เป็นการบอกให้นักคอมพิวเตอร์มือใหม่รู้ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์หาใช่สิ่งมหัศจรรย์ที่จะเนรมิตข้อมูลไม่ดี ให้เป็นสารสนเทศ (information) ดี ๆ ได้ ถ้าใส่ขยะ (ข้อมูลไม่ดี) เข้าไป ก็จะได้ขยะ (สารสนเทศที่ไม่ดี) ออกมา

2 การที่องค์กรหรือภาคธุรกิจทั่วไปในปัจจุบันนิยมนำระบบสารสนเทศมาใช้งานกันมากขึ้นและสามารถเป็นเจ้าของระบบสารสนเทศมากขึ้นสืบเนื่องมาจากสาเหตุใด ยกตัวอย่าง
           ตอบ  สารสนเทศมีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ที่เรียกว่า เศรษฐกิจบนฐานความรู้ (knowledge-based economy)  หน่วยงานหรือผู้ประกอบการธุรกิจให้ความสำคัญกับ  “การจัดการความรู้”  (knowledge management)  เพื่อรักษาองค์ความรู้ขององค์กรไว้    สารสนเทศด้านธุรกิจจึงถือเป็นต้นทุนการผลิตที่สำคัญในการแข่งขัน  ทั้งนี้เพราะสารสนเทศช่วยประหยัดเวลาในการผลิต  ลดขั้นตอนการลองผิดลองถูก  อีกทั้งช่วยให้องค์กรได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้ตามความต้องการของตลาด นโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย    ได้ตระหนักถึงความสำคัญของสารสนเทศ     จึงมุ่งปรับฐานเศรษฐกิจไปสู่การเป็นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพบนพื้นฐานความรู้   มีการสร้างความพร้อมและความรอบรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อนำมาประยุกต์ใช้และพัฒนานวัตกรรมของตนเองอย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์   ตัวอย่างเช่น ธนาคาร ที่ได้นำระบบเอทีเอ็มมาใช้ในการดำเนินงาน ที่สามารถช่วยในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีบริการที่ทันสมัย สะดวกต่อการใช้งาน ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

3 อยากทราบว่าเหตุผล 3ประการที่ธุรกิจต่างนำระบบสารสนเทศมาใช้ในองค์กรมีอะไรบ้าง
            ตอบ เหตุผลที่นำระบบสารสนเทศมาใช้คือ
1 นำไปใช้ในการสื่อสาร
2 นำไปใช้ในการประมวลผลรายงานและการจัดทำรายงาน
3นำไปใช้ในการตัดสินใจในการดำเนินงาน

4ให้ยกตัวอย่างที่บอกถึงกิจการ ที่ปรับปรุงกระบวนการธุรกิจใหม่เพื่อการนำสิ่งใดมาประยุกต์ใช้
            ตอบ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อบริการลูกค้าในระบบธนาคารออนไลน์ ของธนาคารพาณิชย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่ได้นำการให้บริการฝากถอนต่างสาขานับเป็นก้าวแรกของการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในงานธนาคารที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่าการให้บริการฝากถอนต่างสาขาถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบธนาคารออนไลน์ กระบวนการปฏิบัติงานของระบบธนาคารออนไลน์อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Update Tele-Processing กล่าวคือสำนักงานสาขาทุกแห่งจะเชื่อมสายโทรศัพท์เข้ามาที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ มีผลให้สาขาไม่มีความจำเป็นต้องบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการบัญชี โดยเครื่องคอมพิวเตอร์จะทำหน้าที่แทนพนักงานในการตรวจสอบข้อมูล ประมวลผลข้อมูล ปรับปรุงข้อมูล และพิมพ์รายการลงบนสมุดคู่ฝากของลูกค้า

สรุปบทที่ 3


สรุปบทที่ 3

การพัฒนาระบบสารสนเทศคือ ทิศทางหนึ่งของการได้มาซึ่งระบบสารสนเทศเพื่อนำมาใช้ภายในองค์การ การศึกษาเรื่องการพัฒนาระบบสารสนเทศเป็นส่วนสำคัญ ที่ช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจเทคนิคของการศึกษา วิเคราะห์ และออกแบบระบบสารสนเทศ รวมทั้งวิธีการได้มาซึ่งระบบสารสนเทศ การทำระบบสารสนเทศให้เกิดผล และการประเมินผลการใช้งานระบบสารสนเทศนั้น เพื่อนำข้อบกพร่องของระบบสารสนเทศ ที่ถูกนำมาใช้แล้วในระยะหนึ่ง มาทำการปรับปรุงแก้ไขระบบให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งในบทนี้จะกล่าวถึงหัวข้อ การวางแผนระบบสารสนเทศคือ แนวคิด กลยุทธ์ธุรกิจ กระบวนการวางแผน และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยแบ่งออกเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน รวมทั้งแนวโน้มเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต การได้มาซึ่งระบบสารสนเทศ แบ่งได้ 3 แนวทางที่ธุรกิจสามารถจัดหาระบบสารสนเทศมาใช้ภายในองค์การดังนี้

1 แนวทางที่ 1 การจัดซื้อซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์

2 แนวทางที่ 2 การใช้บริการภายนอก

3 แนวทางที่ 3 การพัฒนาระบบขึ้นใช้งานภายในองค์การเอง

การพัฒนาระบบ เทคนิคการใช้แผนภาพกระแสข้อมูล เทคนิคการใช้แผนภาพกระแสงาน การจัดการทรัพยากรสารสนเทศ โครงสร้างของหน่วยงานสารสนเทศ และบุคคลสารสนเทศ เป็นต้น

การพัฒนาระบบสารสนเทศเป็นแนวทางหนึ่งของการได้มาซึ่งระบบสารสนเทศไว้ใช้งานภายในองค์การธุรกิจ โดยเริ่มต้นจากการวางแผนระบบสารสนเทศ เพื่อกำหนดถึงแผนกลยุทธ์ด้านระบบสารสนเทศ ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ จากนั้น จึงทำการคัดเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมและนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาการดำเนินงานทางธุรกิจ สร้างโอกาสทางธุรกิจ และธำรงรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจ จากนั้น จึงทำการพัฒนาระบบขึ้นใช้งานภายในองค์การ หรือจัดจ้างองค์การภายนอกให้พัฒนาระบบให้ตามที่ต้องการ

สำหรับการดำเนินการพัฒนาระบบจะอยู่ภายใต้วัฏจักรการพัฒนาระบบ 5 ขั้นตอน หรือวิศวกรรมสารสนเทศ 4 ขั้นตอน ก็อาจเป็นได้แล้วแต่ความเหมาะสม โดยจะต้องคำนึงถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการออกแบบระบบประกอบด้วย เพื่อให้ระบบสารสนเทศที่ได้รับการพัฒนาขึ้น ถูกนำไปใช้โดยบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในส่วนการพัฒนาระบบอาจใช้เทคนิคแผนภาพกระแสข้อมูลช่วยวิเคราะห์โครงสร้างระบบสารสนเทศ รวมทั้งกระแสข้อมูลภายในระบบอีกด้วย และสามารถใช้แผนภาพกระแสงานเพื่อสื่อกับผู้ใช้ระบบ โดยมุ่งเน้นให้ระบบที่พัฒนาขึ้นตรงความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น อนึ่ง ในการทำระบบสารสนเทศให้เกิดผล ควรอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของหน่วยงานสารสนเทศตลอดจนบุคลากรด้านสารสนเทศ ที่ผ่านกระบวนการจัดการทรัพยากรสารสนเทศ เพื่อให้การใช้ทรัพยากรขององค์การเป็นไปอย่างคุ้มค่าอีกด้วย






แบบฝึกหัดบทที่ 3

แบบฝึกหัดบทที่ 3
1 วัตถุประสงค์ของการวางแผนระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์ คืออะไร

ตอบ การวางแผนเชิงกลยุทธ์  ก็เพื่อนำมาใช้สำหรับสนับสนุนการดำเนินงานในเชิงรุกเพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขัน และทราบถึงระบบสารสนเทศที่เป็นเป้าหมายของการพัฒนาตามลำดับก่อน หลัง โดยมีการกำหนดแผนในระยะสั้นและระยะยาว

2 จงอธิบายแนวโน้มของการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต

ตอบ แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต เป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องการทำเพื่อคัดเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งจะนำมาใช้ร่วมกับระบบสารสนเทศที่กำลังได้รับการพัฒนาทั้งในปัจจุบันและในอนาคต จากแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยอาทิเช่น ชิปอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยเก็บ สภาพแวดล้อมเชิงอ็อบเจกต์ เครื่องคอมพิวเตอร์ซ่อมบำรุงด้วยตนเอง คอมพิวเตอร์แบบควอนตันนาโนเทคโนโลยี ซึ่งยังมีแนวโน้มของเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์แบบกระจายในหลากหลายรูปแบบ อาทิ อินเทอร์เน็ตและเว็บ อินทราเน็ต เอกซ์ทราเน็ต คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่และการพาณิชย์เคลื่อนที่ ศูนย์รวมวิสาหกิจ  ที่สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้ในอนาคต เป็นต้น

3 จงยกตัวอย่างการใช้แผนกลยุทธ์ด้านสารสนเทศของอีคอมเมิร์ซ

ตอบ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่นิยมนำมาใช้ในแผนกลยุทธ์ด้านสารสนเทศของอีคอมเมิร์ซนั้นมักใช้ในองค์การที่เล็งเห็นความสำคัญในส่วนของการจัดเก็บข้อมูล การประมวลผลและการเรียกใช้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ในอนาคตยังมีแนวโน้มที่จะนำเทคโนโลยีฐานข้อมูลเชิงวัตถุและฐานข้อมูลหลายมิติมาใช้งานทางธุรกิจร่วมกับเทคโนโลยีโกดังข้อมูล และเทคโนโลยีเหมืองข้อมูลเป็นต้น

4 หน่วยงานของรัฐบาลมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในลักษณะใด

ตอบ ระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในการบริหารงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยงานต่างๆ ในสำนักงานในรูปของสำนักงานอัตโนมัติ เช่น งานสารบรรณ งานจัดทำเอกสารและจัดส่งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail : E-Mail) งานแฟ้มเอกสาร งานบันทึกการนัดหมายผู้บริหาร ในรูปแบบ IT Office เป็นต้น

5 จงระบุถึง ผลประโยชน์ที่องค์การควรจะได้รับ อันสืบเนื่องมาจากการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจ

ตอบ ประโยชน์ที่องค์การจะได้รับ จากการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจคือ การติดต่อสื่อสารที่ดี และการสูญเสียทรัพยากรให้น้อยลง และก่อให้เกิดสภาพสำนักงานไร้กระดาษ และเพิ่มศักยภาพในการทำงานของแต่ละบุคคลได้ ทั้งยังเป็นการธำรงรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยี ที่ส่งผลต่อการเพิ่มผลผลิต และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์การในสายตาของผู้บริโภค

6 การจัดซื้อซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ขององค์การขนาดเล็กจะต้องพิจารณาสิ่งใดบ้าง

ตอบ 1 ระบบพร้อมสรรพ คือ ซอฟต์แวร์ที่จะได้รับการพัฒนาอย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์และผ่านการทดสอบโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว จึงพร้อมที่จะติดตั้งใช้งานได้ทันที

2 ระบบแกนหลักคือ ซอฟต์แวร์ประกอบด้วยโครงสร้างของระบบพื้นฐานโดยมีการวางโปรแกรมตรรกะของการประมวลผลใช้ล่วงหน้า และผู้ขายจะต้องทำการออกแบบในส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ ที่สนองตอบความต้องการของลูกค้า

7 ข้อได้เปรียบของการใช้บริการภายนอก เพื่อการพัฒนาระบบสารสนเทศขึ้นใช้ในองค์การคืออะไร

ตอบ ในการใช้บริการภายนอก (Outsourcing) เป็นรูปแบบของการจัดจ้างองค์การภายนอกให้ทำการพัฒนาซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ มักจัดอยู่ในรูปแบบของการสนับสนุนจากผู้ขาย ซึ่งก็คือ ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ที่ถูกสั่งทำขึ้น โดยผ่านการออกแบบ การทำให้เกิดผลและการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ที่สนองตอบความต้องการของลูกค้า  ทางเลือกของระบบนี้คือ งานบริการทางกฎหมาย ที่มีความต้องการของระบบที่ซับซ้อน และไม่จำเป็นต้องสงวนรักษาพนักงานซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ ในส่วนของการพัฒนาซอฟต์แวร์จะอยู่ภายใต้วัฏจักรการพัฒนาระบบ ซึ่งเป็นการใช้ทีมงานพัฒนาระบบจากภายนอกองค์การ

8 วิธีการพัฒนาระบบรูปแบบใดที่สอดคล้องกับวิธีการพัฒนาระบบจากบนลงล่าง

ตอบ วิธีการพัฒนาระบบทั้ง 5 วิธี ไม่ว่าจะเป็น วิธีการพัฒนาโดยใช้แบบจำลองน้ำตก วิธีการพัฒนาโดยใช้ต้นแบบ วิธีการพัฒนาระบบประยุกต์อย่างเร็ว วิธีการพัฒนาแบบยืดหยุ่น วิธีการพัฒนาระบบแบบร่วมมือ ล้วนแล้วแต่สอดคล้องกับวิธีจากบนลงล่างทั้งสิ้น

9 วิธีการพัฒนาระบบแบบใด ที่เน้นความร่วมมือของผู้ใช้การพัฒนาระบบมากที่สุด

ตอบ วิธีการพัฒนาระบบประยุกต์อย่างเร็ว

10 เพราะเหตุใดการใช้แบบจำลองน้ำตกจึงถือเป็นการพัฒนาระบบแบบดั้งเดิม

ตอบ เพราะวิธีการพัฒนาโดยใช้แบบจำลองน้ำตก เป็นวิธีการที่ใช้กันอย่างแพร่หลายโดยมีรูปแบบดังนี้คือ แบบอนุรักษ์ แบบตรวจทาน และรูปแบบเหลื่อม ซึ่งทั้งสามเป็น รูปแบบใช้ขั้นตอนของวัฏจักรการพัฒนาระบบมาประยุกต์ใช้กับแบบจำลองทั้ง สามรูปแบบ

11 เทคนิคแผนภาพกระแสข้อมูลมักใช้ในขั้นตอนใดของการพัฒนาระบบ และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้และทีมงานพัฒนาระบบอย่างไร

ตอบ เทคนิคแผนภาพกระแสข้อมูล เป็นเครื่องมือ ที่นิยมนำมาใช้ในการวิเคราะห์ระบบเชิงโครงสร้างเพื่อแสดงทิศทางการส่งผ่านข้อมูลในระบบ ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลรับเข้าและข้อมูลส่งออกกับกระบวนการ ที่บ่งชี้ถึงขั้นตอนการทำงานของระบบ แต่ไม่สื่อให้เห็นถึงวิธีประมวลผลของระบบ  ซึ่งแผนภาพกระแสเป็นเอกสารที่มักถูกใช้เป็นเครื่องมือช่วยงานด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจถูกต้องตรงกัน อีกทั้งยังสามารถดำเนินการพัฒนาระบบจนได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ

12 จงเขียนแผนภาพกระแสงานของระบบนักเรียนนักศึกษา ในส่วนของ การลงทะเบียนเรียนการเข้าชั้นเรียน ตลอดจนการวัดและประเมินผลการเรียน
            ตอบ




วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

สรุปบทที่ 2

         ระบบสารสนเทศ จำเป็นจะต้องเข้าใจส่วนประกอบต่างๆ ที่รวมตัวกันอย่างเหมาะสมภายใต้แบบจำลองของระบบสารสนเทศ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ในส่วนการรวบรวมข้อมูล ประมวลผลข้อมูล ที่ช่วยอำนวยความสะดวกตามหน้าที่งานทั้งด้านปฏิบัติการและด้านสนับสนุนการตัดสินใจ โดยถูกใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อจัดหาสารสนเทศที่ผู้จัดการสามารถใช้วางแผนและควบคุมกิจกรรมการทำงานด้านต่างๆของธุรกิจ โดยมีการจัดเก็บข้อมูลไว้ภายในฐานข้อมูล อีกทั้งมีการใช้แบบจำลองการตัดสินใจ เพื่อการนำเสนอสารสนเทศที่เป็นผลลัพท์ของการตัดสินใจ และการก่อกำเนิดสารสนเทศ โดยมุ่งเน้นการตอบสนองต่อองค์การ ในส่วนสนับสนุนการทำงานของกิจกรรมต่างๆ ภายใต้โซ่คุณค่าและระบบคุณค่ารวมทั้งบทบาทของระบบสารสนเทศด้านการสนับสนุนงานในองค์การ และเพิ่มมูลค่าให้องค์การ ระบบสารสนเทศที่นำมาสนับสนุนการทำงานในองค์การอาจเป็นได้ทั้งระบบเอกเทศ (Standalone Systems) และระบบบูรณาการ (Integrated Systems) ตลอดจนมีการเพิ่มส่วนประกอบด้านอัจฉริยะเพื่อบูรณาการด้านหน้าที่งานส่วนเพิ่ม รวมทั้งมีการใช้ประโยชน์จากระบบสารสนเทศที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย
          จากการจำแนกประเภทระบบสารสนเทศทั้ง 3 รูปแบบ คือ ระบบสารสนเทศตามหน้าที่งาน ระบบสารสนเทศวิสาหกิจ และระบบสารสนเทศระหว่างองค์การ ซึ่งในอนาคตทั้ง 3 ประเภท อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว และระบบประยุกต์ด้านอีคอมเมิร์ซส่วนใหญ่ มักจะถูกดำเนินการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอกซ์ทราเน็ต โดยใช้รูปแบบของสารสนเทศบนเว็บเป็นเครื่องมือประมวลผลของอีคอมเมิร์ซ ซึ่งดำเนินรายการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่สามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง
          ดังนั้น การจำแนกประเภทของระบบสารสนเทศ อาจจะจำแนก โดยใช้เกณฑ์ระดับขององค์การ ทั้งในส่วนหน้าที่งาน วิสาหกิจ และการบูรณาการระหว่างองค์การ อีกทั้งยังมีการพัฒนาระบบสารสนเทศบนเว็บที่มีต้นทุนต่ำและยังเพิ่มขีดความสามารถของระบบเดิมอีกด้วย โดยใช้ในส่วนการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศภายในองค์การและระหว่างองค์การ เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านการแพร่กระจายสารสนเทศไปทั่วโลก ซึ่งก็คือแนวโน้มของระบบสารสนเทศในอนาคตซึ่งมีจุดมุ่งเน้นด้านการบูรณาการระบบสารสนเทศโดยอาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีเว็บ เป็นต้น