1 GIGO มาจากคำเต็มว่าอะไร โดยนิยามดังกล่าวต้องการมุ่งเน้นสิ่งใดเป็นสำคัญ
ตอบ
กิโก <คำอ่าน>ย่อมาจาก garbage in , garbage out พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานแปลว่า เข้าผิด ออกผิด แต่ถ้าแปลตามตัวจะได้ว่า ขยะเข้า ขยะออก เป็นคำกล่าวที่ใช้เตือนสติผู้ใช้คอมพิวเตอร์ว่า ถ้าใส่ข้อมูลที่ไร้คุณค่าลงไปในเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องก็มิอาจจะทำให้ข้อมูลนั้นมีค่าขึ้นมาได้เลย อีกนัยหนึ่ง เป็นการบอกให้นักคอมพิวเตอร์มือใหม่รู้ว่า เครื่องคอมพิวเตอร์หาใช่สิ่งมหัศจรรย์ที่จะเนรมิตข้อมูลไม่ดี ให้เป็นสารสนเทศ (information) ดี ๆ ได้ ถ้าใส่ขยะ (ข้อมูลไม่ดี) เข้าไป ก็จะได้ขยะ (สารสนเทศที่ไม่ดี) ออกมา
2 การที่องค์กรหรือภาคธุรกิจทั่วไปในปัจจุบันนิยมนำระบบสารสนเทศมาใช้งานกันมากขึ้นและสามารถเป็นเจ้าของระบบสารสนเทศมากขึ้นสืบเนื่องมาจากสาเหตุใด ยกตัวอย่าง
ตอบ สารสนเทศมีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ที่เรียกว่า เศรษฐกิจบนฐานความรู้ (knowledge-based economy) หน่วยงานหรือผู้ประกอบการธุรกิจให้ความสำคัญกับ “การจัดการความรู้” (knowledge management) เพื่อรักษาองค์ความรู้ขององค์กรไว้ สารสนเทศด้านธุรกิจจึงถือเป็นต้นทุนการผลิตที่สำคัญในการแข่งขัน ทั้งนี้เพราะสารสนเทศช่วยประหยัดเวลาในการผลิต ลดขั้นตอนการลองผิดลองถูก อีกทั้งช่วยให้องค์กรได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ได้ตามความต้องการของตลาด นโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ได้ตระหนักถึงความสำคัญของสารสนเทศ จึงมุ่งปรับฐานเศรษฐกิจไปสู่การเป็นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพบนพื้นฐานความรู้ มีการสร้างความพร้อมและความรอบรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อนำมาประยุกต์ใช้และพัฒนานวัตกรรมของตนเองอย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตัวอย่างเช่น ธนาคาร ที่ได้นำระบบเอทีเอ็มมาใช้ในการดำเนินงาน ที่สามารถช่วยในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีบริการที่ทันสมัย สะดวกต่อการใช้งาน ซึ่งตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
3 อยากทราบว่าเหตุผล 3ประการที่ธุรกิจต่างนำระบบสารสนเทศมาใช้ในองค์กรมีอะไรบ้าง
ตอบ เหตุผลที่นำระบบสารสนเทศมาใช้คือ
1 นำไปใช้ในการสื่อสาร
2 นำไปใช้ในการประมวลผลรายงานและการจัดทำรายงาน
3นำไปใช้ในการตัดสินใจในการดำเนินงาน
4ให้ยกตัวอย่างที่บอกถึงกิจการ ที่ปรับปรุงกระบวนการธุรกิจใหม่เพื่อการนำสิ่งใดมาประยุกต์ใช้
ตอบ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อบริการลูกค้าในระบบธนาคารออนไลน์ ของธนาคารพาณิชย์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตที่ได้นำการให้บริการฝากถอนต่างสาขานับเป็นก้าวแรกของการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในงานธนาคารที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่าการให้บริการฝากถอนต่างสาขาถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบธนาคารออนไลน์ กระบวนการปฏิบัติงานของระบบธนาคารออนไลน์อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Update Tele-Processing กล่าวคือสำนักงานสาขาทุกแห่งจะเชื่อมสายโทรศัพท์เข้ามาที่ศูนย์คอมพิวเตอร์ มีผลให้สาขาไม่มีความจำเป็นต้องบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการบัญชี โดยเครื่องคอมพิวเตอร์จะทำหน้าที่แทนพนักงานในการตรวจสอบข้อมูล ประมวลผลข้อมูล ปรับปรุงข้อมูล และพิมพ์รายการลงบนสมุดคู่ฝากของลูกค้า
วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
สรุปบทที่ 3
สรุปบทที่ 3
การพัฒนาระบบสารสนเทศคือ
ทิศทางหนึ่งของการได้มาซึ่งระบบสารสนเทศเพื่อนำมาใช้ภายในองค์การ
การศึกษาเรื่องการพัฒนาระบบสารสนเทศเป็นส่วนสำคัญ ที่ช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจเทคนิคของการศึกษา วิเคราะห์ และออกแบบระบบสารสนเทศ
รวมทั้งวิธีการได้มาซึ่งระบบสารสนเทศ การทำระบบสารสนเทศให้เกิดผล
และการประเมินผลการใช้งานระบบสารสนเทศนั้น เพื่อนำข้อบกพร่องของระบบสารสนเทศ ที่ถูกนำมาใช้แล้วในระยะหนึ่ง
มาทำการปรับปรุงแก้ไขระบบให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ซึ่งในบทนี้จะกล่าวถึงหัวข้อ การวางแผนระบบสารสนเทศคือ แนวคิด กลยุทธ์ธุรกิจ
กระบวนการวางแผน และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ การเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
โดยแบ่งออกเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน
รวมทั้งแนวโน้มเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต การได้มาซึ่งระบบสารสนเทศ แบ่งได้ 3 แนวทางที่ธุรกิจสามารถจัดหาระบบสารสนเทศมาใช้ภายในองค์การดังนี้
1 แนวทางที่ 1 การจัดซื้อซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์
2 แนวทางที่ 2 การใช้บริการภายนอก
3 แนวทางที่ 3 การพัฒนาระบบขึ้นใช้งานภายในองค์การเอง
การพัฒนาระบบ
เทคนิคการใช้แผนภาพกระแสข้อมูล เทคนิคการใช้แผนภาพกระแสงาน
การจัดการทรัพยากรสารสนเทศ โครงสร้างของหน่วยงานสารสนเทศ และบุคคลสารสนเทศ เป็นต้น
การพัฒนาระบบสารสนเทศเป็นแนวทางหนึ่งของการได้มาซึ่งระบบสารสนเทศไว้ใช้งานภายในองค์การธุรกิจ
โดยเริ่มต้นจากการวางแผนระบบสารสนเทศ เพื่อกำหนดถึงแผนกลยุทธ์ด้านระบบสารสนเทศ
ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ จากนั้น
จึงทำการคัดเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสมและนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาการดำเนินงานทางธุรกิจ
สร้างโอกาสทางธุรกิจ และธำรงรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจ จากนั้น
จึงทำการพัฒนาระบบขึ้นใช้งานภายในองค์การ
หรือจัดจ้างองค์การภายนอกให้พัฒนาระบบให้ตามที่ต้องการ
สำหรับการดำเนินการพัฒนาระบบจะอยู่ภายใต้วัฏจักรการพัฒนาระบบ
5 ขั้นตอน หรือวิศวกรรมสารสนเทศ 4 ขั้นตอน
ก็อาจเป็นได้แล้วแต่ความเหมาะสม โดยจะต้องคำนึงถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการออกแบบระบบประกอบด้วย
เพื่อให้ระบบสารสนเทศที่ได้รับการพัฒนาขึ้น ถูกนำไปใช้โดยบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
ในส่วนการพัฒนาระบบอาจใช้เทคนิคแผนภาพกระแสข้อมูลช่วยวิเคราะห์โครงสร้างระบบสารสนเทศ
รวมทั้งกระแสข้อมูลภายในระบบอีกด้วย
และสามารถใช้แผนภาพกระแสงานเพื่อสื่อกับผู้ใช้ระบบ
โดยมุ่งเน้นให้ระบบที่พัฒนาขึ้นตรงความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น อนึ่ง ในการทำระบบสารสนเทศให้เกิดผล
ควรอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของหน่วยงานสารสนเทศตลอดจนบุคลากรด้านสารสนเทศ
ที่ผ่านกระบวนการจัดการทรัพยากรสารสนเทศ
เพื่อให้การใช้ทรัพยากรขององค์การเป็นไปอย่างคุ้มค่าอีกด้วย
แบบฝึกหัดบทที่ 3
แบบฝึกหัดบทที่ 3
1 วัตถุประสงค์ของการวางแผนระบบสารสนเทศเชิงกลยุทธ์
คืออะไร
ตอบ
การวางแผนเชิงกลยุทธ์
ก็เพื่อนำมาใช้สำหรับสนับสนุนการดำเนินงานในเชิงรุกเพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขัน
และทราบถึงระบบสารสนเทศที่เป็นเป้าหมายของการพัฒนาตามลำดับก่อน หลัง
โดยมีการกำหนดแผนในระยะสั้นและระยะยาว
2 จงอธิบายแนวโน้มของการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต
ตอบ
แนวโน้มของเทคโนโลยีสารสนเทศในอนาคต
เป็นสิ่งที่ผู้บริหารต้องการทำเพื่อคัดเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศ
ซึ่งจะนำมาใช้ร่วมกับระบบสารสนเทศที่กำลังได้รับการพัฒนาทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
จากแนวโน้มการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยอาทิเช่น ชิปอิเล็กทรอนิกส์ หน่วยเก็บ
สภาพแวดล้อมเชิงอ็อบเจกต์ เครื่องคอมพิวเตอร์ซ่อมบำรุงด้วยตนเอง คอมพิวเตอร์แบบควอนตันนาโนเทคโนโลยี
ซึ่งยังมีแนวโน้มของเครื่อข่ายคอมพิวเตอร์แบบกระจายในหลากหลายรูปแบบ อาทิ
อินเทอร์เน็ตและเว็บ อินทราเน็ต เอกซ์ทราเน็ต
คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่และการพาณิชย์เคลื่อนที่ ศูนย์รวมวิสาหกิจ ที่สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้ในอนาคต
เป็นต้น
3 จงยกตัวอย่างการใช้แผนกลยุทธ์ด้านสารสนเทศของอีคอมเมิร์ซ
ตอบ
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่นิยมนำมาใช้ในแผนกลยุทธ์ด้านสารสนเทศของอีคอมเมิร์ซนั้นมักใช้ในองค์การที่เล็งเห็นความสำคัญในส่วนของการจัดเก็บข้อมูล
การประมวลผลและการเรียกใช้สารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
ในอนาคตยังมีแนวโน้มที่จะนำเทคโนโลยีฐานข้อมูลเชิงวัตถุและฐานข้อมูลหลายมิติมาใช้งานทางธุรกิจร่วมกับเทคโนโลยีโกดังข้อมูล
และเทคโนโลยีเหมืองข้อมูลเป็นต้น
4 หน่วยงานของรัฐบาลมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในลักษณะใด
ตอบ
ระบบสารสนเทศเพื่อใช้ในการบริหารงานในหน่วยงานภาครัฐ โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยงานต่างๆ
ในสำนักงานในรูปของสำนักงานอัตโนมัติ เช่น งานสารบรรณ
งานจัดทำเอกสารและจัดส่งทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Mail : E-Mail)
งานแฟ้มเอกสาร งานบันทึกการนัดหมายผู้บริหาร ในรูปแบบ IT Office
เป็นต้น
5 จงระบุถึง ผลประโยชน์ที่องค์การควรจะได้รับ
อันสืบเนื่องมาจากการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจ
ตอบ
ประโยชน์ที่องค์การจะได้รับ จากการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจคือ
การติดต่อสื่อสารที่ดี และการสูญเสียทรัพยากรให้น้อยลง
และก่อให้เกิดสภาพสำนักงานไร้กระดาษ และเพิ่มศักยภาพในการทำงานของแต่ละบุคคลได้
ทั้งยังเป็นการธำรงรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยี
ที่ส่งผลต่อการเพิ่มผลผลิต และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์การในสายตาของผู้บริโภค
6 การจัดซื้อซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ขององค์การขนาดเล็กจะต้องพิจารณาสิ่งใดบ้าง
ตอบ
1
ระบบพร้อมสรรพ คือ
ซอฟต์แวร์ที่จะได้รับการพัฒนาอย่างเสร็จสิ้นสมบูรณ์และผ่านการทดสอบโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว
จึงพร้อมที่จะติดตั้งใช้งานได้ทันที
2 ระบบแกนหลักคือ
ซอฟต์แวร์ประกอบด้วยโครงสร้างของระบบพื้นฐานโดยมีการวางโปรแกรมตรรกะของการประมวลผลใช้ล่วงหน้า
และผู้ขายจะต้องทำการออกแบบในส่วนต่อประสานกับผู้ใช้
ที่สนองตอบความต้องการของลูกค้า
7 ข้อได้เปรียบของการใช้บริการภายนอก
เพื่อการพัฒนาระบบสารสนเทศขึ้นใช้ในองค์การคืออะไร
ตอบ
ในการใช้บริการภายนอก (Outsourcing) เป็นรูปแบบของการจัดจ้างองค์การภายนอกให้ทำการพัฒนาซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์
มักจัดอยู่ในรูปแบบของการสนับสนุนจากผู้ขาย ซึ่งก็คือ
ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ที่ถูกสั่งทำขึ้น โดยผ่านการออกแบบ
การทำให้เกิดผลและการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ที่สนองตอบความต้องการของลูกค้า ทางเลือกของระบบนี้คือ งานบริการทางกฎหมาย ที่มีความต้องการของระบบที่ซับซ้อน
และไม่จำเป็นต้องสงวนรักษาพนักงานซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ
ในส่วนของการพัฒนาซอฟต์แวร์จะอยู่ภายใต้วัฏจักรการพัฒนาระบบ ซึ่งเป็นการใช้ทีมงานพัฒนาระบบจากภายนอกองค์การ
8 วิธีการพัฒนาระบบรูปแบบใดที่สอดคล้องกับวิธีการพัฒนาระบบจากบนลงล่าง
ตอบ
วิธีการพัฒนาระบบทั้ง 5 วิธี ไม่ว่าจะเป็น
วิธีการพัฒนาโดยใช้แบบจำลองน้ำตก วิธีการพัฒนาโดยใช้ต้นแบบ วิธีการพัฒนาระบบประยุกต์อย่างเร็ว
วิธีการพัฒนาแบบยืดหยุ่น วิธีการพัฒนาระบบแบบร่วมมือ ล้วนแล้วแต่สอดคล้องกับวิธีจากบนลงล่างทั้งสิ้น
9 วิธีการพัฒนาระบบแบบใด
ที่เน้นความร่วมมือของผู้ใช้การพัฒนาระบบมากที่สุด
ตอบ
วิธีการพัฒนาระบบประยุกต์อย่างเร็ว
10 เพราะเหตุใดการใช้แบบจำลองน้ำตกจึงถือเป็นการพัฒนาระบบแบบดั้งเดิม
ตอบ
เพราะวิธีการพัฒนาโดยใช้แบบจำลองน้ำตก
เป็นวิธีการที่ใช้กันอย่างแพร่หลายโดยมีรูปแบบดังนี้คือ แบบอนุรักษ์ แบบตรวจทาน
และรูปแบบเหลื่อม ซึ่งทั้งสามเป็น
รูปแบบใช้ขั้นตอนของวัฏจักรการพัฒนาระบบมาประยุกต์ใช้กับแบบจำลองทั้ง สามรูปแบบ
11 เทคนิคแผนภาพกระแสข้อมูลมักใช้ในขั้นตอนใดของการพัฒนาระบบ
และมีประโยชน์ต่อผู้ใช้และทีมงานพัฒนาระบบอย่างไร
ตอบ
เทคนิคแผนภาพกระแสข้อมูล เป็นเครื่องมือ
ที่นิยมนำมาใช้ในการวิเคราะห์ระบบเชิงโครงสร้างเพื่อแสดงทิศทางการส่งผ่านข้อมูลในระบบ
ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลรับเข้าและข้อมูลส่งออกกับกระบวนการ
ที่บ่งชี้ถึงขั้นตอนการทำงานของระบบ แต่ไม่สื่อให้เห็นถึงวิธีประมวลผลของระบบ ซึ่งแผนภาพกระแสเป็นเอกสารที่มักถูกใช้เป็นเครื่องมือช่วยงานด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบ
เพื่อให้เกิดความเข้าใจถูกต้องตรงกัน อีกทั้งยังสามารถดำเนินการพัฒนาระบบจนได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ
12 จงเขียนแผนภาพกระแสงานของระบบนักเรียนนักศึกษา
ในส่วนของ การลงทะเบียนเรียนการเข้าชั้นเรียน ตลอดจนการวัดและประเมินผลการเรียน
ตอบ
วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
สรุปบทที่ 2
ระบบสารสนเทศ จำเป็นจะต้องเข้าใจส่วนประกอบต่างๆ ที่รวมตัวกันอย่างเหมาะสมภายใต้แบบจำลองของระบบสารสนเทศ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ ในส่วนการรวบรวมข้อมูล ประมวลผลข้อมูล ที่ช่วยอำนวยความสะดวกตามหน้าที่งานทั้งด้านปฏิบัติการและด้านสนับสนุนการตัดสินใจ โดยถูกใช้เป็นเครื่องมือ เพื่อจัดหาสารสนเทศที่ผู้จัดการสามารถใช้วางแผนและควบคุมกิจกรรมการทำงานด้านต่างๆของธุรกิจ โดยมีการจัดเก็บข้อมูลไว้ภายในฐานข้อมูล อีกทั้งมีการใช้แบบจำลองการตัดสินใจ เพื่อการนำเสนอสารสนเทศที่เป็นผลลัพท์ของการตัดสินใจ และการก่อกำเนิดสารสนเทศ โดยมุ่งเน้นการตอบสนองต่อองค์การ ในส่วนสนับสนุนการทำงานของกิจกรรมต่างๆ ภายใต้โซ่คุณค่าและระบบคุณค่ารวมทั้งบทบาทของระบบสารสนเทศด้านการสนับสนุนงานในองค์การ และเพิ่มมูลค่าให้องค์การ ระบบสารสนเทศที่นำมาสนับสนุนการทำงานในองค์การอาจเป็นได้ทั้งระบบเอกเทศ (Standalone Systems) และระบบบูรณาการ (Integrated Systems) ตลอดจนมีการเพิ่มส่วนประกอบด้านอัจฉริยะเพื่อบูรณาการด้านหน้าที่งานส่วนเพิ่ม รวมทั้งมีการใช้ประโยชน์จากระบบสารสนเทศที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย
จากการจำแนกประเภทระบบสารสนเทศทั้ง 3 รูปแบบ คือ ระบบสารสนเทศตามหน้าที่งาน ระบบสารสนเทศวิสาหกิจ และระบบสารสนเทศระหว่างองค์การ ซึ่งในอนาคตทั้ง 3 ประเภท อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว และระบบประยุกต์ด้านอีคอมเมิร์ซส่วนใหญ่ มักจะถูกดำเนินการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอกซ์ทราเน็ต โดยใช้รูปแบบของสารสนเทศบนเว็บเป็นเครื่องมือประมวลผลของอีคอมเมิร์ซ ซึ่งดำเนินรายการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่สามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ดังนั้น การจำแนกประเภทของระบบสารสนเทศ อาจจะจำแนก โดยใช้เกณฑ์ระดับขององค์การ ทั้งในส่วนหน้าที่งาน วิสาหกิจ และการบูรณาการระหว่างองค์การ อีกทั้งยังมีการพัฒนาระบบสารสนเทศบนเว็บที่มีต้นทุนต่ำและยังเพิ่มขีดความสามารถของระบบเดิมอีกด้วย โดยใช้ในส่วนการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศภายในองค์การและระหว่างองค์การ เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านการแพร่กระจายสารสนเทศไปทั่วโลก ซึ่งก็คือแนวโน้มของระบบสารสนเทศในอนาคตซึ่งมีจุดมุ่งเน้นด้านการบูรณาการระบบสารสนเทศโดยอาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีเว็บ เป็นต้น
จากการจำแนกประเภทระบบสารสนเทศทั้ง 3 รูปแบบ คือ ระบบสารสนเทศตามหน้าที่งาน ระบบสารสนเทศวิสาหกิจ และระบบสารสนเทศระหว่างองค์การ ซึ่งในอนาคตทั้ง 3 ประเภท อาจจะเปลี่ยนแปลงได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว และระบบประยุกต์ด้านอีคอมเมิร์ซส่วนใหญ่ มักจะถูกดำเนินการบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต และเอกซ์ทราเน็ต โดยใช้รูปแบบของสารสนเทศบนเว็บเป็นเครื่องมือประมวลผลของอีคอมเมิร์ซ ซึ่งดำเนินรายการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจที่สามารถทำได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ดังนั้น การจำแนกประเภทของระบบสารสนเทศ อาจจะจำแนก โดยใช้เกณฑ์ระดับขององค์การ ทั้งในส่วนหน้าที่งาน วิสาหกิจ และการบูรณาการระหว่างองค์การ อีกทั้งยังมีการพัฒนาระบบสารสนเทศบนเว็บที่มีต้นทุนต่ำและยังเพิ่มขีดความสามารถของระบบเดิมอีกด้วย โดยใช้ในส่วนการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศภายในองค์การและระหว่างองค์การ เพื่อบรรลุเป้าหมายด้านการแพร่กระจายสารสนเทศไปทั่วโลก ซึ่งก็คือแนวโน้มของระบบสารสนเทศในอนาคตซึ่งมีจุดมุ่งเน้นด้านการบูรณาการระบบสารสนเทศโดยอาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีเว็บ เป็นต้น
แบบฝึกหัดบทที่ 2
1 จากส่วนประกอบทั้ง
7 ส่วนของระบบสารสนเทศ
ส่วนใดที่ถือเป็นแหล่งจัดเก็บข้อมูลของระบบสารสนเทศ
ตอบ การจัดการฐานข้อมูล
ซึ่งการจัดการฐานข้อมูลคือ
หน่วยเก็บข้อมูลทางกายภาพสำหรับข้อมูลที่อาจมีความเกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้องกับกาลเงิน
และในส่วนของข้อมูลที่จัดเก็บในฐานข้อมูล
จะประกอบด้วยหน่วยเก็บข้อมูลที่เรียงลำดับจากหน่วยที่เล็กที่สุดไปหาหน่วยที่ใหญ่ที่สุดคือ
ลักษณะประจำ (Attribute)
ระเบียบ (Record) และแฟ้มข้อมูล (File)
ในส่วนการจัดการฐานข้อมูล (Database Management จะเกี่ยวข้องกับงานพื้นฐาน 3 งาน คือ การจัดเก็บ (Storage)
การค้นคืน (Retrieval และการลบ (Deletion)
ข้อมูล
2 ในส่วนผลป้อนกลับของระบบสารสนเทศ
ก่อให้เกิดประโยชน์ในอนาคตของการจัดการระบบสารสนเทศอย่างไร
ตอบ เพื่อรายงานแสดงสถานะของสินค้าคงเหลือ
จะถูกใช้เพื่อส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมสินค้าคงเหลือทราบยอดสินค้าที่ขาดหายไปหรือยอดคงเหลือของสินค้าที่ต่ำกว่าจุดสั่งซื้อ
ผลป้อนกลับของสารสนเทศ
2.1
เพื่อปรับยอดสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นนั้นเอง
2.2
เป็นจุดเริ่มต้นของการสั่งซื้อสินค้า
3 หากท่านดำเนินธุรกิจ
ร้านมินิมาร์ทแห่งหนึ่ง ท่านเลือกที่จะนำระบบสารสนเทศประเภทใดบ้างมาใช้ในธุรกิจ
เพราะเหตุใด
ตอบ นำระบบสารสนเทศทั้ง 7 ประเภทมาใช้
เพราะ จะช่วยสนับสนุนหน้าที่งานด้านการจัดการ
การสนับสนุนหน้าที่งานด้านการตัดสินใจ และการสนับสนุนหน้าที่งานด้านปฏิบัติการ
ที่จะทำให้เกิดการทำงานอย่างเหมาะสม และสามารถบริหารจัดการได้ตรงตามความต้องการ ทั้งยังเป็นการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
4 ระบบสารสนเทศถูกวางไว้ที่ตำแหน่งใดภายใต้โซ่คุณค่าขององค์การ
จงอธิบาย
ตอบ 1 การจัดการต้นทาง
โดยใช้ระบบสารสนเทศด้านการจัดหาวัตถุดิบ การติดตามรอยวัตถุดิบขาเข้าและการควบคุมวัตถุดิบคงเหลือ
2 การผลิต
โดยใช้ระบบสารสนเทศด้านการควบคุมการผลิต
3 การจัดการตามทางโดยมีการใช้ระบบสารสนเทศด้านหน่วยเก็บและค้นคืนสินค้าอัตโนมัติด้านวางแผนการกระจายสินค้า
ด้านวางแผนการส่งเสริมการขายรวมทั้งด้านการติดตามรอยและการควบคุมงานบริการลูกค้า
5 จงระบุถึงผลประโยชน์ที่องค์การจะได้รับภายใต้การใช้ระบบสารสนเทศที่ดี
ตอบ 1 การลดต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิผล
(Cost Reduction and Productivity) ที่สามารถช่วยพัฒนางานหรือปรับปรุงการทำงาน
การลดจำนวนของเสียจากกระบวนการผลิตที่ส่งผลต่อการลดต้นทุนการผลิตและดำเนินงาน
การเพิ่มมูลค่าของสินค้าหรือบริการและการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
2 การสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน
(Competitive advantage)
3 การจัดการเชิงผลการปฏิบัติงาน
(performance Based Managements)
6 จงอธิบายแนวโน้มของระบบสารสนเทศในอนาคต
ตอบ ซึ่งในอนาคตมีความเป็นไปได้ว่า
องค์การขนาดกลางและขนาดใหญ่จะใช้ระบบสารสนเทศบนเว็บโดยมีการใช้โปรแกรมค้นดูเว็บ ( web Browser) เพื่อการสื่อสารความร่วมมือ
และการเข้าถึงสารสนเทศบนเว็บโดยมีการใช้โปรแกรมค้นดูเว็บ Web Browser เพื่อการสื่อสารความร่วมมือ และการเข้าถึงสารสนเทศจำนวนมาก
รวมทั้งการดำเนินการและการประมวลผลด้วยวิธีการของระบบสารสนเทศบนเว็บ
7 ระบบสารสนเทศประเภทใด
ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ
ในการเชื่อมโยงโซ่คุณค่าขององค์การเข้ากับโซ่คุณค่าขององค์การภายนอก
ตอบ โซ่อุปทาน (Supply Chain) โดยการใช้ระบบสารสนเทศเป็นเครื่องมือเชื่อมต่อโซ่คุณค่าขององค์การกับโซ่คุณค่าขององค์การภายนอก
ซึ่งเป็นคู่ค้าเข้าด้วยกัน โดยมักอาศัยการดำเนินการงานด้านการจัดการโซ่อุปทาน SCM
และการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ CRM เป็นต้น
8 จงอธิบายการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศระหว่างองค์การกับอีคอมเมิร์ซ
ตอบ อีคอมเมิร์ซ
มักจะมีความเกี่ยวข้องกับธุรกรรมต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นภายใต้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในรูปแบบของธุรกิจสู่ธุรกิจ
(B2B) ธุรกิจสู่ผู้บริโภค (B2C) ผู้บริโภคสู่ผู้บริโภค (C2C)
ธุรกิจสู่หน่วยสาธารณะ ตลอดจนผู้บริโภคสู่หน่วยสาธารณะ โดยภาพส่วนใหญ่ของอีคอมเมิร์ซซึ่งเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว
คือ การประกอบธุรกรรมในรูปแบบธุรกิจสู่ธุรกิจ โดยมีการจัดซื้อวัสดุและชิ้นส่วนเข้าบริษัทนั่นเอง
ซึ่งการเจริญเติบโตในครั้งนี้
มักถูกกระตุ้นด้วยจำนวนครั้งของการเข้าถึงข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้น
การสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้ การสร้างระบบจ่ายชำระหนี้ที่ดี และการปรับปรุงความมั่นคงของข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์เพิ่มขึ้น
9 จงอธิบายการทำงานของคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่และลูกจ้างเคลื่อนที่
ตอบ คอมพิวเตอร์เคลื่อนที่ คือ
ตัวอย่างระบบคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบสำหรับลูกจ้างเคลื่อนที่และอื่นๆ
ซึ่งผู้ใช้ระบบมักเกิดความต้องการด้านการเชื่อมต่อเข้ากับระบบสารสนเทศขององค์การในทันที
โดยใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ ตลอดจนสภาพแวดล้อมอื่นๆ
ของคอมพิวเตอร์เคลื่อนที่การพาณิชย์เคลื่อนที่ (Mobile Commerce) หรือ
เอ็มคอมเมิร์ซ คือ การสร้างธุรกรรม ณ สถานที่ใดๆ
และเวลาใดก็ได้ภายใต้ระบบสื่อสารไร้สาย โดยใช้ร่วมกับอุปกรณ์ไร้สาย อาทิเช่น
การเชื่อมต่อเครื่องพีดีเอกับโทรศัพท์แบบรังผึ้ง โดยเอ็มคอมเมิร์ซ คือ
วิวัฒนาการล่าสุดของอีคอมเมิร์ซ เป็นระบบที่เข้าถึงข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต โดยไม่จำเป็นต้องใช้สถานที่เสียบปลั๊กไฟ
เพียงแต่ใช้อุปกรณ์ซึ่งมักเรียกกันว่า สมาร์ตโฟน (Smarts Phones)
10 จงยกตัวอย่างของระบบสารสนเทศบนเว็บ
ที่มีการเชื่อมต่อกับระบบสารสนเทศอื่น มาสัก 2 ตัวอย่าง
ตอบ ระบบสารสนเทศในโรงพยาบาล เป็นการนำระบบสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ
มาประยุกต์ใช้ในกิจการต่างๆ ของโรงพยาบาล
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถดำเนินการต่างๆ ได้อย่างถูกต้องตรงตามเป้าหมายหลักของโรงพยาบาล
พร้อมทั้งสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในทุกขั้นตอน
ก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างเกิดประโยชน์สูงสุดประกอบด้วยระบบสารสนเทศ 2 ชนิดระบบ
1. ระบบสารสนเทศทางคลินิก(Clinical information
system)
เป็นระบบการจัดการฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่
แพทย์และพยาบาลจะใช้ระบบนี้ในการเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยเพื่อใช้ในการวางแผนการนำไปใช้
และการประเมินการดูแลผู้ป่วย
ตัวอย่าง
ตัวอย่าง
·
ระบบสารสนเทศทางการแพทย์
บันทึกข้อมูลทางการพยาบาล
เช่น
1.
North American Nursing
Diagnosis Association : NANDAสมาคมการวินิจฉัยทางการพยาบาลอเมริกาเหนือ
2.
Nursing Intervention
Classification : NIC ใช้ตัดสินว่าจะให้การบาบัดทางการพยาบาลให้แก่ผู้ป่วยเพื่อแก้/บรรเทาปัญหาทางสุขภาพ
3.
Nursing Outcome
Classification : NOC ระบบสารสนเทศทางการพยาบาลที่ช่วยประเมินว่าผู้ป่วยได้รับการพยาบาลที่มีคุณภาพครบถ้วนและเท่าเทียมกันทุกคน
4.
International
Classification Nursing Practice : ICNP การใช้คามาตรฐานในการวินิจฉัยทางการพยาบาล
2 ระบบ TeleradiologyTeleDiag คือ Teleradiology
ของคนไทย ที่พัฒนาขึ้นเพื่อคนไทย เป็นระบบ Telemedicine ที่สนับสนุนงานด้านรังสีวินิจฉัย การอ่านและวินิจฉัยผลในระยะไกล
จากเครื่อง x-ray computer เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มความสามารถในการให้บริการในด้านการ
วินิจฉัยสุขภาพอย่างทั่วถึง ปลอดภัย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ
เป็นผลงานการพัฒนาของ บริษัท โปรดิจิส์ จำกัดและ
ระบบสารสนเทศที่หน่วยงานนำมาใช้ : งานในด้านสารสนเทศของบริษัททีโอทีบริษัทจะมีการนำสารสนเทศเข้ามาใช้หลายระบบซึ่งแต่ละระบบจะมีความสามารถเฉพาะตัว
เช่น
- ระบบอินเทอร์เน็ต
จะช่วยงานในการประชาสัมพันธ์ติดต่อกับลูกค้า
- ระบบเอ็กทราเน็ตจะนำมาใช้กับงานภายในองค์กรเพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้กับบุคลากรภายในองค์กร
- ระบบ CRM ช่วยในการเก็บฐานข้อมูลลูกค้า
- ระบบSAP นำมาช่วยงานในด้านการเงินและบัญชี
วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
กรณีศึกษา บทความเรื่อง Co-Opettition
บริษัท ดีเทคและเอไอเอส
มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการสร้างตลาด co-marketing ร่วมกัน
โดยใช้ความสัมพันธ์ในลักษณะกัลยาณมิตรที่ในอนาคตความเจริญก้าวหน้าของข้อมูลจะเพิ่มขีดความสามารถมากขึ้นในการติดต่อสื่อสาร
ดัง นายกฤษณัน งามผาติพงษ์ รองกรรมการอำนวยการสายงานการตลาด บมจ.แอดวานซ์อินโฟร์
เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า โลกหลังสังคมฐานความรู้เป็นโลกที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบปฏิสัมพันธ์ของผู้คนจากต่างคนต่างปิดไปสู่ต่างคนต่างเปิด
เป็นโลกที่ก้าวเลยความคิดการแข่งขันไปสู่การร่วมรังสรรค์พาณิชย์
เป็นโลกแห่งความอิสระอาศัยซึ่งกันและกันซึ่งกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ดังนั้น ทั้ง 2 กรณี
จะเป็นภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องที่เน้นเรื่องส่วนร่วมมากกว่าเรื่องส่วนตัว ส่วน
ดร.สุวิทย์
ชี้ว่าโลกหลังสังคมฐานความรู้เป็นโลกที่สะท้อนคุณค่าของความเป็นสังคมเสรีภาพ
การติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายทำให้วัฒนธรรมหาแต่สังคม
เกิดการปรับเปลี่ยนสู่วัฒนธรรมที่เป็นประชาธิปไตยและวัฒนธรรมที่ประชาชนมีส่วนร่วม
ดังนั้น
จึงแสดงให้เห็นว่าการทำธุรกิจที่เกิดจากสภาพแวดล้อมทางสังคมที่ถดถอยและพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจต่ำลง
จึงจำเป็นที่บริษัทจะต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ควบคู่กับการเยียวยา
โดยอาศัยความคิดเพื่อให้เกิดปัญญา ดังคำกล่าวที่ว่า ”ทรัพย์สินทางปัญญาสู่ภูมิปัญญามหาชน”
นายซิคเว่ เบรคเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมและ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คแซ็ส
คอมมูนิเคชั่น (ดีเทค) กล่าวว่า เอไอเอส กับ ดีเทค
เป็นเพียงกลไกพื้นฐานของธุรกิจของธุรกิจในขณะนี้ ยังไม่ใช่ Co-Opettition เป็นเพียงการเชื่อมต่อ Voice และเปิดให้ใช้ SMS ข้ามเครือข่าย
ถ้าไม่ทำอุสาหกรรมนี้ก็จะไม่พัฒนาหรือวันข้างหน้าก็ต้องเชื่อมต่อระบบกับผู้ให้บริการค่ายอื่นๆ
ที่มีระบบ MMS
สมาชิกกลุ่ม
1. นางสาวรมฤดี
เกษแก้ว เลขที่ 3
2. นางสาววิภา
พิมพ์ดี
เลขที่ 5
3. นางสาวอนุสรา
สายธนู เลขที่ 7
4. นางสาวอัจฉรา
ชัยภา เลขที่ 9
วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


